ครอบครัวหมอหนุ่มที่ทำงานหนักจนท้อและตัดสินใจปลิดชีพตัวเองในญี่ปุ่น เมื่อปีที่แล้ว ออกมาเรียกร้องให้สังคมคนทำงานในญี่ปุ่น ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลา

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่านางจุนโกะ ทาคาชิมา มารดาของนายแพทย์ชินโกะ ทาคาชิมา วัย 26 ปี แพทย์ประจำบ้านแห่งโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์โคนัน ในเมืองโกเบ ที่ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว ได้ออกมาแถลงข่าวในเมืองโอซากา เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่า สาเหตุที่ลูกชายของเธอตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง มาจากการต้องทำงานหนักและอยู่ในสังคมการทำงานที่ย่ำแย่มาตลอด โดยทนายของครอบครัวระบุว่า ช่วงก่อนเสียชีวิตนายแพทย์ชินโกะ ทาคาชิมา ต้องทำงานล่วงเวลาถึง 207 ชั่วโมงใน 1 เดือน โดยไม่ได้มีวันหยุดเลยแม้แต่วันเดียวตลอด 3 เดือน

นางจุนโกะเรียกร้องให้สังคมการทำงานของญี่ปุ่นตระหนักถึงภัยร้ายของวัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาและเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยมการการทำโอทีหลังเวลางาน โดยเฉพาะในหน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศ

ทางด้านโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์โคนัน ออกมาแถลงปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าแพทย์ของโรงพยาบาลมีอิสระเสรีในการทำงาน และบางคนหาเวลานอนงีบพักผ่อนในเวลางาน ทำให้ยากที่จะนับเวลางานได้อย่างละเอียด การออกมาแถลงของโรงพยาบาลมีขึ้นหลังจากคณะสืบสวนของกระทรวงแรงงาน เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตของนายแพทย์ชินโกะ ทาคายามา ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทำงาน เนื่องมาจากการทำงานหลายชั่วโมงติดต่อกัน ทำให้สังคมหันมามองถึงปัญหาแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับบุคลากรด้านสาธารณสุขอีกครั้ง.

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นต่อสู้กับวัฒนธรรมการทำงานหนักมาเป็นเวลานาน โดยพนักงานในภาคส่วนต่างๆ ต้องทำงานล่วงเวลา ได้รับความกดดันสูงจากหัวหน้างาน และความเคารพต่อบริษัท ขณะที่ความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตที่ตามมา ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "คาโรชิ" (Karoshi) หรือ การเสียชีวิตจากการทำงานหนัก ซึ่งนำไปสู่การออกกฎหมายเพื่อป้องกันการเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากชั่วโมงทำงานที่มากเกินไป.

...

อ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign