- เครื่องบินของเยฟเกนี ปริโกซิน ผู้นำทหารรับจ้าง วากเนอร์ ตกทางเหนือของกรุงมอสโก ขณะเดินทางไปยังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
- ทางการรัสเซียยืนยันว่า นายปริโกซินอยู่บนเครื่องบินลำนี้ด้วย และผู้โดยสารกับลูกเรือทั้ง 10 คนบนเครื่องไม่มีใครรอดชีวิต
- เจ้าหน้าที่ของรัสเซียกำลังสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลำนี้ตก ขณะที่ผู้นำต่างชาติหลายคนกล่าวว่า ไม่ประหลาดใจหากมีผู้อยู่เบื้องหลัง
เครื่องบินส่วนตัวของเยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง วากเนอร์ ตกในพื้นที่ทางเหนือของกรุงมอสโก ระหว่างเดินทางไปยังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทางการรัสเซียยืนยันว่า เจ้าตัวโดยสารไปกับเครื่องบินลำนี้ด้วย และผู้โดยสารกับลูกเรือทั้ง 10 คนบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด
เครื่องบินของปริโกซินตกลงมาในแนวเกือบดิ่ง ลักษณะหมุนควงและดูเหมือนว่าปีกจะหายไป 1 ข้าง โดยมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า เครื่องบินลำนี้ถูกยิงด้วยระบบป้องกันทางอากาศของกองทัพ แต่ภาพจากคลิปก็ไม่แสดงให้เห็นร่องรอยของการระเบิด ซึ่งรัสเซียกำลังสืบสวนหาข้อเท็จจริง
ขณะที่สำหรับผู้นำหลายประเทศ นี่เป็นจุดจบที่ไม่น่าประหลาดใจสำหรับนายปริโกซิน ชายผู้ไต่เต้าจากการเป็นเชฟของผู้นำรัสเซีย ไปสู่การเป็นหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างขนาดใหญ่ ที่มีผลต่อความเคลื่อนไหวของรัสเซียในหลายประเทศ รวมถึงในยูเครน ก่อนจะมีปัญหากับผู้นำกองทัพ ถึงขั้นตัดสินใจก่อกบฏท่าทายอำนาจของปูติน
...
ปริโกซินเป็นใคร?
เยฟเกนี ปริโกซิน เติบโตจากนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองบ้านเกิดของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน พออายุได้ 18 ปีใน พ.ศ. 2522 ก็ก่อคดีลักขโมย จนถูกลงโทษจำคุก 2 ปีครึ่ง หลังจากนั้น 2 ปี เขาถูกตัดสินจำคุกอีก 13 ปี ในข้อหาปล้นและลักขโมย โดยติดคุกจริงๆ ไป 9 ปี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว
หลังได้รับอิสระ ปริโกซินก็ก่อตั้งเชนร้านขายฮอตด็อกในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และธุรกิจไปได้สวยจนในยุคกลางทศวรรษที่ 90 เขาก็สามารถเปิดภัตตาคารสุดหรูขึ้นในเมืองบ้านเกิดของเขาได้ และต้อนรับลูกค้าที่เป็นบุคคลระดับสูงของเมืองและของประเทศมามากมาย
หนึ่งในร้านอาหารของเขามีชื่อว่า “นิว ไอส์แลนด์” (New Island) เป็นเรือล่องไปตามแม่น้ำเนวา ซึ่งปูตินชื่นชอบมาก ถึงขั้นที่หลังจากเป็นประธานาธิบดีแล้ว ก็เริ่มพาแขกชาวต่างชาติไปกินเลี้ยงที่นั้น และนี่นับเป็นครั้งแรกที่ปริโกซินกับปูตินได้พบกัน
“วลาดิเมียร์ ปูติน เห็นว่าผมไม่มีปัญหาในการเสิร์ฟอาหารให้แก่แขกระดับสูงด้วยตัวเอง” ปริโกซินกล่าวในการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง “เราพบกันตอนที่เขามากับนายกรัฐมนตรีโมริ ของญี่ปุ่น” อนึ่ง นายโยชิโระ โมริ เยือนเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในเดือนเมษายน 2543 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นการปกครองของปูติน
ปูตินยังเคยจัดงานวันเกิดของตัวเองที่ นิว ไอส์แลนด์ ด้วยในปี 2546 และหลายปีหลังจากนั้น “คอนคอร์ด” (Concord) บริษัทจัดเลี้ยงของปริโกซินก็ทำสัญญาเป็นผู้จัดเตรียมอาหารเข้าสู่พระราชวังเครมลิน ทำให้นายปริโกซิสได้รับฉายาว่า “เชฟของปูติน” ขณะที่บริษัทในเครือของเขาก็ได้ทำสัญญาณกับกองทัพและโรงเรียนรัฐหลายแห่ง
ก่อตั้งทหารรับจ้างวากเนอร์
แต่หลังจากเกิดความไม่สงบในภาคตะวันออกของยูเครน ฝีมือกลุ่มกบฏฝักฝ่ายรัสเซีย เมื่อปี 2557 เริ่มมีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า นายปริโกซินไม่ใช่แค่นักธุรกิจธรรมดา แต่มีรายงานว่า บริษัททหารรับจ้างเอกชนรายหนึ่ง ซึ่งต่อสู้กับทหารยูเครนในภูมิภาคดอนบาส มีความเกี่ยวข้องกับชายคนนี้
กลุ่มทหารรับจ้างดังกล่าวมีชื่อที่รู้จักโดยทั่วไปว่า “วากเนอร์” (Wagner) ตามรหัสสื่อสารทางวิทยุที่หนึ่งในผู้บัญชาการคนสำคัญของพวกเขาใช้ ซึ่งนอกจากยูเครนแล้ว วากเนอร์ยังเคลื่อนไหวในทวีปแอฟริกาและอื่นๆ ทำภารกิจเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลรัสเซีย ตั้งแต่สนับสนุนรัฐบาล บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย ไปจนถึงต่อสู้กับอิทธิพลของฝรั่งเศสในมาลี
เมื่อเวลาผ่านไป วากเนอร์เริ่มมีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยม ในปี 2560 สมาชิกของพวกเขาถูกกล่าวหาว่า ทรมานชาวซีเรียที่ถูกจับเป็นเชลยศึกด้วยค้อนปอนด์, ก่อนจะตัดศีรษะ และจุดไฟเผาร่าง ปีต่อมา นักข่าวรัสเซีย 3 คนถูกสังหารขณะสืบสวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มวากเนอร์ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (CAR)
ปริโกซินปฏิเสธความเกี่ยวข้องระหว่างตัวเองกับกลุ่มวากเนอร์มาตลอดหลายปี และเคยฟ้องร้องผู้ที่กล่าวหาเขาด้วย แต่ในเดือนกันยายน 2565 เขาก็ออกมายอมรับว่า เป็นผู้ก่อตั้งทหารรับจ้างกลุ่มนี้ ในปี 2557 สหรัฐฯ, สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร ต่างมีมาตรการคว่ำบาตรต่อทหารรับจ้างกลุ่มนี้ แต่ วากเนอร์ ยังเคลื่อนไหวในรัสเซียได้ แม้จะมีกฎหมายแบนทหารรับจ้างก็ตาม
...
เบื้องหลังโจมตีทางไซเบอร์
ปริโกซินยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองในโลกด้วยวิธีอื่น นั่นคือการพึ่งคนกับคีย์บอร์ด เขาถูกกล่าวหามานานหลายปีว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง “ฟาร์มโทรล” หรือ “โรงงานบอต” ที่ใช้บัญชีผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์กับเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเผยแพร่แนวคิดสนับสนุนรัสเซีย และปฏิบัติการดังกล่าวนำโดย บริษัท Internet Research Agency (IRA) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเข้าไปยุ่งเหยิงกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2559
นายโรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการของสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) ซึ่งสืบสวนเรื่องความเกี่ยวข้องระหว่างทีมหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ กับรัสเซีย มีข้อสรุปว่า IRA ใช้แคมเปญบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อยั่วยุและขยายความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมในสหรัฐฯ จากนั้นจึงยกระดับไปสู่ปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนนายทรัมป์ และโจมตีคู่แข่งของเขาอย่าง ฮิลลารี คลินตัน
สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับ IRA และนายปริโกซินจากกรณีแทรกแซงเลือกตั้ง 2559 และความพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมในปี 2561
ยูเครนเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายใหญ่ในการแคมเปญกระจายข่าวปลอมของ IRA โดยสหราชอาณาจักรออกมากล่าวหาว่า ทหารไซเบอร์ที่อาจเชื่อมโยงกับปริโกซินเคยก่อเหตุโจมตีในหลายประเทศ รวมถึง UK, แอฟริกาใต้ และอินเดีย
และเช่นเดียวกับกรณีของวากเนอร์ ปริโกวินออกมายอมรับหลังจากปฏิเสธมานานว่า เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังบริษัท IRA โดยระบุในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ว่า เขาริเริ่ม, ก่อตั้ง และบริหาร IRA
...
บทบาทในสงครามยูเครน
ในตอนแรก ปริโกซินพยายามไม่เป็นจุดสนใจ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 หลายเดือนของปฏิบัติการที่ไม่มีความคืบหน้า แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บริการของปริโกซินจำเป็นต้องถูกใช้งานอีกครั้ง
สถานการณ์ย่ำแย่ถึงขั้นที่ รัสเซียต้องออกมายอมรับการมีตัวตนของกลุ่มทหารรับจ้าง วากเนอร์ หลังจากปฏิเสธมาหลายปี โดยระบุผ่านสื่อในวันที่ 27 ก.ค. 2565 ว่า ทหารรับจ้างกลุ่มนี้กำลังช่วยต่อสู้ในภาคตะวันออกของยูเครน
จากนั้นปริโกซินก็เริ่มโพสต์คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย หลายคลิปเป็นภาพจากดินแดนที่ถูกยึดครองในยูเครน พร้อมกับคำพูดอวดปฏิบัติการของวากเนอร์ในพื้นที่นั้นๆ และได้เข้าถึงยุทโธปกรณ์ทางทหารต่างๆ รวมถึงเครื่องบินขับไล่, เฮลิคอปเตอร์ และรถถัง ชนิดที่ไม่มีบริษัททหารรับจ้างเจ้าใดในโลกเคยได้มาก่อน
หลังจากเสียทหารไปนับหมื่นนายในยูเครน ปริโกซินก็ได้รับอนุญาตให้เกณฑ์ทหารจากนักโทษในเรือนจำได้ โดยเขาไปเยือนทัณฑสถานหลายแห่งด้วยตัวเอง ให้สัญญากับเหล่านักโทษว่าพวกเขาจะได้รับอิสระและยกเลิกโทษ หลังจากต่อสู้ร่วมกับวากเนอร์ในยูเครนเป็นเวลา 6 เดือนแล้วรอดชีวิต
...
ก่อกบฏ 24 ชั่วโมง
สงครามในยูเครนทำให้ทั้งโลกได้รู้จักกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ และเป็นเวทีที่ทำให้เกิดรอยร้าวระหว่างปริโกซินกับผู้นำกองทัพของรัสเซียด้วย
ปริโกซินเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำทหารของรัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากปฏิบัติการของกองทัพไม่คืบหน้า แถมยังถูกยูเครนโต้กลับจนเสียเมืองที่เคยยึดได้ไปหลายแห่ง เขากล่าวหากระทรวงกลาโหมว่าไม่จัดหาเครื่องกระสุนให้แก่กลุ่มวากเนอร์ และถึงขั้นกล่าวหานายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกวาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการกองทัพ ว่าเป็นกบฏ
ความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลุกลามกลายเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงในเดือนมิถุนายน 2566 เมื่อปริโกซินกล่าวหากองทัพรัสเซียว่า โจมตีค่ายของกลุ่มวากเนอร์ในยูเครน ซึ่งแน่นอนว่ามอสโกปฏิเสธ
จากนั้น ปริโกซินตัดสินใจนำกำลังทหารรับจ้างของเขาข้ามจากดินแดนที่ถูกยึดครองในยูเครนเข้าสู่รัสเซีย ยึดค่ายทหารสำคัญในเมือง รอสตอฟ-ออน-ดอน บริเวณชายแดนทางตอนใต้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และประกาศเคลื่อนกำลังมุ่งหน้าสู่กรุงมอสโก เพื่อจัดการกับผู้กองทัพที่หักหลังเขา ขณะที่ฝ่ายรัสเซียก็เริ่มการสืบสวนการก่อกบฏของปริโกซิน ส่วนปูตินออกแถลงการณ์ประณามและเรียกการกระทำของเขาว่า การก่อกบฏ
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่กองกำลังวากเนอร์เข้าประชิดกรุงมอสโกห่างแค่ 200 กม. ปริโกซินก็สั่งถอนกำลังและประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลรัสเซียแล้วโดยมีนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุสเป็นตัวกลางเจรจา
รัฐบาลเครมลินยืนยันว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัฐบาลจะยกเลิกข้อกล่าวหาของนายปริโกซินและทหารรับจ้างของเขาที่เข้าร่วมการก่อกบฏ แลกกับการที่ปริโกซินต้องย้ายไปอยู่เบลารุส ทำให้การก่อกบฏครั้งประวัติศาสตร์ในรัสเซียจบลงภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ท่ามกลางความมึนงงของคนทั้งโลก
พบจุดจบที่เครื่องบินตก
หลังการก่อกบฏดังกล่าว ดูเหมือนว่านายปริโกซินจะรอดพ้นจากการถูกลงโทษฐานก่อกบฏไปได้ เขายังสามารถเดินทางไปไหนมาไหนภายในรัสเซีย และปรากฏตัวที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในชุดลำลอง ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำชาติแอฟริกาที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมด้วย
เขายังเพิ่งปรากฏตัวในคลิปวิดีโอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง โดยปริโกซินในชุดทหารยืนอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่เชื่อกันว่าอยู่ในแอฟริกา กล่าวว่า อุณหภูมิที่นี่ร้อนถึง 50 องศาเซลเซียส และกลุ่มวากเนอร์ของเขากำลังเกณฑ์ทหารเพื่อทำให้รัสเซียยิ่งใหญ่ขึ้นในทุกทวีป และทำให้แอฟริกามีอิสระมากขึ้น
แต่ในวันที่ 23 ส.ค. 2566 สื่อของรัสเซียรายงานว่า เครื่องบิน Embraer Legacy สีดำ รุ่นเดียวกับของปริโกซิน ตกในแคว้นตเวียร์ ระหว่างเดินทางจากกรุงมอสโกไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยขาดการติดต่อไปในเวลา 18.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะระดับความสูงไปถึง 26,000 ฟุต
สำนักงานขนส่งทางอากาศกลางของรัสเซียยืนยันว่า ปริโกซินโดยสารไปกับเครื่องบินลำนี้ด้วย แม้จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการยืนยันการเสียชีวิตของนายปริโกซินออกมาอย่างเป็นทางการ แต่กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียระบุว่า ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 10 คนบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด และพบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ร่าง
สาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกยังคงเป็นปริศนา ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินลำนี้ตกลงมาในแนวเกือบดิ่ง ลักษณะหมุนควงและดูเหมือนว่าปีกจะหายไป 1 ข้าง โดยมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า เครื่องบินลำนี้ถูกยิงด้วยระบบป้องกันทางอากาศของกองทัพ แต่ภาพจากคลิปก็ไม่แสดงให้เห็นร่องรอยของการระเบิด
รัฐบาลเครมลินยังไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ แต่ผู้นำหลายประเทศรวมถึง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ชาติคู่อริของรัสเซีย กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจหากมีใครอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากปริโกซินมีศัตรูมากมาย
“คุณอาจจำได้ ผมเคยถูกถามเรื่องนี้ไปแล้ว” ไบเดนบอกกับนักข่าวซีเอ็นเอ็น สื่อถึงคอมเมนต์ของเขาในเดือนกรกฎาคมที่บอกว่า ปริโกซินควรห่วงความปลอดภัยของตัวเองหลังก่อกบฏล้มเหลว “ผมบอกว่า เป็นผมคงระวังตัวเวลาขี่หลังเสือ ผมไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมไม่ประหลาดใจเลย”
ด้านนายคาจา คัลลัส นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย กล่าวว่า หากปริโกซินเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้จริงๆ นี่จะเป็นการส่งข้อความที่รุนแรงต่อฝ่ายต่อต้านนายปูติน “หากเป็นความจริง นี่แสดงให้เห็นว่าปูตินจะกำจัดฝ่ายตรงข้าม และนั่นจะทำให้ทุกคนที่คิดจะแสดงความเห็นแตกต่างจากเขาหวาดกลัว”
ส่วนนายซิกนีเยฟ เรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของโปแลนด์ ไม่คิดว่านี่เป็นเหตุบังเอิญ “เราคงลำบากมากหากต้องระบุชื่อของใครที่คิดจริงๆ ว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องบังเอิญ มันคงเป็นเรื่องบังเอิญที่ศัตรูทางการเมืองที่วลาดิเมียร์ ปูติน ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของเขา เสียชีวิตอย่างไม่เป็นธรรมชาติ”
ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี
ที่มา : bbc , cnn , aljazeera