- คณะลูกขุนศาลเมืองแมนเชสเตอร์ มีคำตัดสินให้ ลูซี เลตบี อดีตพยาบาลสาว มีความผิดจริงในข้อหา ฆาตกรรมทารกแรกเกิด 7 ศพ และพยายามฆ่าอีก 6 รายในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่
- ตลอดช่วง 18 เดือนที่เลตบีก่อเหตุ โรงพยาบาลเมืองเชสเตอร์มีอัตราเด็กทารกเสียชีวิตหรือป่วยหนักเพิ่มขึ้นจนผิดสังเกต ทำให้เกิดการสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมตัวเลตบี
- หลักฐานต่างๆ ที่อัยการนำเสนอต่อศาล แสดงให้เห็นว่าเลตบีอาจมีความผิดปกติทางอารมณ์ แต่เจ้าหน้าที่ยอมรับว่า เราอาจไม่มีวันรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอกลายเป็นฆาตกร
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2566 คณะลูกขุนศาลสูงคดีอาญาเมืองแมนเชสเตอร์ มีคำตัดสินให้ น.ส.ลูซี เลตบี พยาบาลสาววัย 33 ปี มีความผิดจริงในข้อหา มีความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรมทารกแรกเกิด 7 ศพ และพยายามฆ่าอีก 6 ราย ที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ทำให้เธอกลายเป็นฆาตกรฆ่าเด็กต่อเนื่องที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่
ในตอนที่เธอถูกจับกุมเมื่อหลายปีก่อน คดีของเธอสร้างความตกตะลึงไปทั่วสหราชอาณาจักร เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่า พยาบาลสาวผู้ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นรายนี้ จะทรยศต่อความเชื่อใจในอาชีพของตัวเอง และกลายเป็นฆาตกรที่ทำร้ายเด็กในความดูแลไปหลายสิบคน
การกระทำของเลตบีทำให้ตลอด 18 เดือนที่เธอทำงานในแผนกเด็กแรกเกิดของโรงพยาบาลเมืองเชสเตอร์ อัตราการเสียชีวิตหรือล้มป่วยของเด็กทารกพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนหลายคนผิดสังเกต นำไปสู่การสืบสวน และการจับกุมตัวเลตบี ก่อนที่คณะลูกขุนจะมีคำตัดสินเอาผิดเธอในสัปดาห์นี้
...
ลูซี เลตบี เป็นใคร?
ก่อนเกิดเรื่องราวทั้งหมดจะเกิดขึ้น ลูซี เลตบี อาศัยอยู่ตัวคนเดียวที่บ้านขนาด 3 ห้องนอนในเมืองเชสเตอร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ ห่างจากโรงพยาบาลเคาน์เตส ออฟ เชสเตอร์ ที่เธอทำงานอยู่เพียง 1 ไมล์ มีเพื่อนบ้านเป็นผู้สูงอายุวัยเกษียณหรือคู่สามีภรรยาที่มีลูก เธอเริ่มต้นทำงานจากกะกลางคืนก่อนจะย้ายมากลางวัน และแทบไม่กลับบ้านจนกระทั่งดึกดื่น
บ้านของเลตบีตกแต่งด้วยภาพศิลปะกับตุ๊กตายัดนุ่นมากมาย มีการลงบันทึกรายวันของสิ่งที่เธอจะทำ แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนมีระเบียบและอุทิศตนให้กับงาน เธอมักอาสาทำงานล่วงเวลาและทำงานในช่วงสุดสัปดาห์เป็นประจำ ทำให้เธอค่อนข้างเป็นที่ชื่นชอบในหมู่พยาบาล ซึ่งเธอนับว่าเป็นเพื่อนสนิทที่สุด และเป็นครอบครัวเล็กๆ ของเธอ
เลตบีเคยได้รับเลือกให้เป็นนางแบบของแคมเปญระดมทุนของสภาการผดุงครรภ์และการพยาบาล และมีรูปของเธอปรากฏบนโปสเตอร์ระดมทุน เธอยังเคยเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ เชสเตอร์ สแตนดาร์ด บ่อยครั้ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เบบี้โกรว์ (Babygrow) ระดมทุน 3 ล้านปอนด์เพื่อสร้างแผนกเด็กแรกเกิดแห่งใหม่ให้แก่โรงพยาบาล
ในปี 2555 เธอปรากฏตัวบนภาพถ่ายขณะอุ้มเด็กทารกคนหนึ่ง ในฐานะหนึ่งในผู้บริจาคสมทบทุนโครงการดังกล่าว ปีต่อมาเธอให้สัมภาษณ์สั้นๆ กับสื่อเกี่ยวกับงานของเธอว่า “ฉันหวังว่าแผนกใหม่จะเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัวและพื้นที่ให้แก่บรรดาพ่อแม่และญาติพี่น้อง”
สำหรับพยาบาลคนอื่น เลตบีไม่ได้โดดเด่นทั้งในด้านดีและร้าย ขณะที่นางเอเรียน พาวเวลล์ ผู้จัดการแผนกเด็กแรกเกิดของโรงพยาบาล มองว่าเลตบีเป็นพยาบาลที่ไม่ธรรมดา ขยันขันแข็ง, ยืดหยุ่น, มุ่งมั่น และใส่ใจในรายละเอียดเป็นพิเศษ แต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า เลตบีจะกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องได้
ทารกเสียชีวิตมากผิดปกติ
ก่อนถึงเดือนมกราคม 2558 อัตราการเสียชีวิตในแผนกเด็กแรกเกิดของโรงพยาบาล เคาน์เตส ออฟ เชสเตอร์ ก็อยู่ในระดับเดียวกับโรงพยาบาลอื่นๆ แต่ตลอด 18 เดือนหลังจากนั้น จำนวนเด็กเสียชีวิตและป่วยหนักกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนแพทย์อาวุโสของโรงพยาบาลเริ่มกังวลที่เด็กมากมายอาการทรุดหนักอย่างกะทันหันและอย่างเกินความคาดหมาย รวมถึงไม่ตอบสนองต่อการกู้ชีพ
ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลายคนถูกเรียกเข้ามาสืบสวนหาสาเหตุ จนในที่สุดพวกเขาก็พบปัจจัยร่วมกันคือ ลูซี เลตบี
ดร.พาวเวลล์ หัวหน้าของเลตบี และเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่พบความผิดปกติเกี่ยวกับพยาบาลสาวรายนี้ให้การในศาลว่า เธอสังเกตเห็นว่า เลตบีใช้เวลากับทารกแรกเกิดที่ไม่ได้อยู่ในความดูแลของเธอนานผิดปกติ ก่อนที่เด็กคนนี้จะอาการทรุดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นเลตบียังไปใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่ของทารกซึ่งเสียชีวิตในท้ายที่สุด มากกว่าเด็กที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเสียอีก เธอพยายามตักเตือนแล้วแต่เลตบีก็ไม่ฟัง
ขณะที่ ดร.เรวี จายารัม แพทย์อาวุโสของโรงพยาบาลเคาน์เตส ออฟ เชสเตอร์ ให้การว่า เขาแจ้งเรื่องความน่าสงสัยของ น.ส.เลตบีต่อคณะบริหารของโรงพยาบาลในปี 2558 และปี 2559 แต่ไม่ได้รับความสนใจนานหลายเดือน เขาอ้างด้วยว่า เคยเห็นเลตบียืนดูทารกที่ท่อช่วยหายใจหลุด จนระดับออกซิเจนในลดต่ำแต่กลับไม่ทำอะไรเลย ทำให้เขาต้องเข้าไปช่วย แต่สุดท้าย เด็กคนนั้นก็เสียชีวิตใน 3 วันต่อมา
ผู้บริหารของโรงพยาบาลตัดสินใจถอดเลตบีออกจากแผนกทารกแรกเกิดในเดือนกรกฏาคม 2559 หลังการเสียชีวิตของทารก 2 คนในกลุ่มแฝด 3 คน อย่างไรก็ตาม เธอได้ยังคงได้รับการสนับสนุนจาก โทนี แชมเบอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรงพยาบาล ซึ่งเตรียมให้เธอกลับมาทำงานในเดือนมกราคม 2560 แต่ถูกทัดทานอย่างหนักจากบรรดาที่ปรึกษา พวกเขาถึงขั้นเขียนจดหมายขอโทษเลตบี แต่ยืนยันว่า ยอมให้เธอกลับมาทำงานในแผนกไม่ได้
น.ส.เลตบี ถูกตำรวจจับกุมตัวในวันที่ 4 ก.ค. 2561 ในฐานะผู้ต้องสงสัยฆาตกรรม หลังตำรวจมณฑลเชสเชียร์ดำเนินการสืบสวนเป็นเวลา 2 ปี ก่อนได้รับการปล่อยตัวออกมา เช่นเดียวกับการจับกุมครั้งที่ 2 เมื่อปี 2562 แต่ในเดือนพฤศจิกายน 2563 เธอถูกจับกุมเป็นครั้งที่ 3 หลังตำรวจได้หลักฐานเพิ่มเติมและถูกควบคุมตัวนับแต่นั้น
...
เลตบีมีความผิดจริง
การไต่สวนคดีของเลตบีเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2565 ที่ศาลสูงคดีอาญาเมืองแมนเชสเตอร์ ในอังกฤษ เลตบีเผชิญข้อกล่าวหา 22 กระทง รวมถึงฆาตกรรมทารก 7 ราย และพยายามฆ่าทารกอีก 10 รายในวอร์ดของเธอระหว่างเดือนมิถุนายน 2558 ถึงเดือนมิถุนายน 2559
หลังจากนั้นการพิจารณาคดีดำเนินไปนานกว่า 10 เดือน อัยการนิโคลัส จอห์นสัน พยายามยกหลักฐานต่างๆ เพื่อเอาผิดเลตบี โดยเขากล่าวหาเธอว่า ทำร้ายทารกในความดูแลด้วยการฉีดอากาศเข้าในกระแสเลือดและช่องท้อง หรือป้อนนมมากเกินความจำเป็น, ใช้กำลังทำร้าย และวางยาพิษด้วยอินซูลิน
อัยการกล่าวว่า เลตบีโจมตีเด็กๆ ไม่นานหลังจากพ่อแม่ของพวกเขาผละออกจากเตียงคนไข้ ทารกที่เสียชีวิต ยังรวมถึงทารก 2 คนจากกลุ่มเด็กแฝด 3 ถูกฆาตกรรมห่างกันไม่ถึงวัน โดยเหยื่ออายุน้อยที่สุดของเธอมีอายุเพียง วันเดียว มากที่สุดคือ 11 สัปดาห์ เป็นทารกหญิงซึ่งถูกโจมตีถึง 4 ครั้ง ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในที่สุด
ขณะที่เลตบีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา รวมถึงกล่าวโทษหมอและพยาบาลในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ส่วนทนายความฝ่ายจำเลยพยายามแก้ต่างว่า การเสียชีวิตของทารกเป็นผลจากความล้มเหลวต่อเนื่องในการดูแลของแผนก และเลตบีเป็นเหยื่อของระบบที่ต้องการหาคนมารับผิดในความล้มเหลวของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดคณะลูกขุนก็มีคำตัดสินว่า เธอมีความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรมทารกแรกเกิด 7 ศพ และพยายามฆ่าอีก 6 ราย ระหว่างการพิจารณาคดีในวันที่ 8, 11 และ 18 ส.ค. แต่ให้พ้นผิดในข้อหาพยายามฆ่า 2 กระทง แต่มีความเห็นไม่ตรงกันในข้อหาพยายามฆ่าอีก 6 กระทง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการไต่สวนเพิ่มเติมหรือไม่
...
เลตบีกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องได้อย่างไร?
เลตบีแตกต่างจากฆาตกรต่อเนื่องหญิงในอดีตอย่าง ไมรา ไฮด์ลีย์ หรือ ไรส เวสต์ เธอไม่ได้มีชีวิตวัยเด็กที่โหดร้าย ตรงกันข้าม เธอได้รับการดูแลและการศึกษาอย่างดี แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะตามใจเธอมากเนื่องจากเป็นลูกคนเดียวก็ตาม ทำให้พวกเขารวมถึงเพื่อนบ้านตกใจมากตอนได้ยินข่าวว่าลูซี เลตบี เป็นฆาตกรต่อเนื่อง
ในหลักฐานต่างๆ ที่อัยการยื่นเป็นหลักฐาน มีจดหมายและโน๊ตหลายฉบับที่ยึดได้จากบ้านของเธอ โดยฉบับหนึ่งมีข้อความประณามตัวเองว่า “ฉันคือคนชั่วร้ายที่น่ากลัว” หรือ “ฉันไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ฉันตั้งใจฆ่าพวกเขา เพราะฉันไม่ดีพอที่จะดูแลพวกเขา” และข้อความที่เขียนเน้นด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดว่า “ฉันคือปิศาจร้ายที่ทำเรื่องนี้”
แต่บางฉบับก็เขียนแก้ต่างให้ตัวเองเช่น “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด พวกเขาไม่มีหลักฐาน แล้วทำไมฉันต้องซ่อนด้วย?” ขณะที่ข้อความที่เธอส่งหาเพื่อนระบุว่า เธอสติหลุดเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล โดยข้อความดังกล่าวถูกส่งในช่วงที่มีทารกเสียชีวิต 3 ศพ ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
อัยการยังเปิดเผยเอกสารรายชื่อของเด็กบางคนในโรงพยาบาล ที่มีลายมือของเลตบีเขียนกำกับว่า “ฆ่าฉันที” และ “ฉันไม่รู้ว่าฉันฆ่าพวกเขาหรือเปล่า อาจจะใช่ก็ได้ บางทีทั้งหมดเป็นฝีมือของฉัน” ด้วย
หัวหน้าตำรวจสืบสวน นิโคลา อีแวนส์ ซึ่งใช้เวลา 6 ปีที่ผ่านมาวิเคราะห์อุปนิสัยของลูซี เลตบี ยอมรับว่า พวกเธออาจไม่มีวันรู้ว่าอะไรเปลี่ยนให้พยาบาลสาวคนนี้กลายเป็นฆาตกรฆ่าเด็ก “สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างสิ้นเชิง และดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรให้พูด หรืออธิบายว่าเหตุใดเธอจึงก่ออาชญากรรมเหล่านี้”
“การไม่มีอะไรโดดเด่นทำให้เธอหลุดรอดการจับตามอง และทำให้เธอสามารถลงมือได้อย่างโจ่งแจ้ง ทำให้เธอสามารถละเมิดความเชื่อใจของผู้คน เนื่องจากไม่มีใครมองมาที่เธอ เพราะเธอดูพื้นๆ ธรรมดา ไม่โดดเด่นท่ามกลางฝูงชน เธอใช้สิ่งนั้นเพื่อละเมิดความเชื่อใจของคนมากมายรอบๆ ตัวเธอ”
ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี
ที่มา : people , reuters , the guardian
...