สหประชาชาติเตือนว่า สถานการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศซูดานใกล้ที่จะอยู่เหนือการควบคุมแล้ว พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติเคลื่อนไหวเพื่อช่วยยุติความรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 16 ส.ค. 2566 ว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกโรงเตือนว่า สถานการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศซูดาน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กำลังใกล้อยู่เหนือการควบคุมมากขึ้นเรื่อยๆ และมีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนแล้ว ที่ต้องอพยพหนีความรุนแรงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ตามการเปิดเผยของ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่น (IOM) เหตุความขัดแย้งในซูดานระหว่างกองทัพกับกองกำลังกึ่งทหาร ทำให้มีประชาชนกว่า 3.4 ล้านคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ ขณะที่มากกว่า 1 ล้านคนอพยพไปยังประเทศใกล้เคียงอย่าง อียิปต์, ลิเบีย, ชาด, แอฟริกากลาง, ซูดานใต้ และเอธิโอเปีย

“เวลาสำหรับให้ชาวนาเริ่มเพาะปลูกพืชผล เพื่อเลี้ยงปากท้องของตัวเองและชุมชนกำลังจะหมดลง ขณะที่ทรัพยากรทางการแพทย์ร่อยหรอ” สหประชาชาติระบุในแถลงการณ์ “สถานการณ์ใกล้อยู่เหนือการควบคุม”

“นี่คือเวลาสำหรับการเริ่มต้นใหม่ เราขอเรียกร้องให้มีการยุติความเป็นศัตรูกันในทันที ชาวซูดานต้องการสันติและการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเสมอภาค และในวันนี้ประชาคมนานาชาติต้องก้าวเข้ามา, มีส่วนร่วมในทุกระดับ และลงมือทำเพื่อนำซูดานกลับมาอยู่บนเส้นทางและยุติสงครามนี้”

ทั้งนี้ การต่อสู้อย่างรุนแรงระหว่างกองทัพซูดานและกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ทำให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ของประชาชนในซูดาน โดยฝ่ายหลังถูกกล่าวหาว่า เข่นฆ่าพลเรือน, ปล้นสะดมบ้านเรือน และกวาดล้างกลุ่มชาติพันธุ์ จนนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

...

นอกจากนั้น รายงานเหตุความรุนแรงทางเพศในซูดาน รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ ยังเพิ่มขึ้นถึง 50% ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มแรงกดดันให้แก่ระบบสาธารณสุขที่ทรัพยากรร่อยหรออยู่แล้ว ท่ามกลางปัญหาอื่นๆ เช่น การขาดแคลนไฟฟ้า และโรงพยาบาลได้รับความเสียหายจากการต่อสู้

ที่มา : cnn

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign