กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐประหารในประเทศไนเจอร์บุกเผาทำลายที่ทำการพรรครัฐบาล ท่ามกลางการประณามของนานาชาติที่คัดค้านการยึดอำนาจครั้งนี้

ผู้สนับสนุนการรัฐประหารในไนเจอร์ได้โจมตีสำนักงานใหญ่ของพรรครัฐบาลของประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม ผู้ถูกโค่นอำนาจ ด้วยการจุดไฟเผา และเผารถยนต์ด้านนอกพรรค ขณะที่ประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุมเพื่อแสดงการสนับสนุนผู้นำรัฐประหารนอกรัฐสภา ซึ่งมีการโบกธงชาติรัสเซีย

กองทัพได้ให้การสนับสนุนกองกำลังที่จับประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูมเป็นเชลยเมื่อวันพุธ ด้านรัสเซียรวมถึงประเทศอื่นๆ และสหประชาชาติ เรียกร้องให้ปล่อยตัวประธานาธิบดีบาซูม วัย 64 ปี ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีของไนเจอร์เมื่อ 2 ปีก่อน เขาถือเป็นพันธมิตรของชาติตะวันตกคนสำคัญในการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธในแอฟริกาตะวันตก

สหรัฐฯ และฝรั่งเศส อดีตเจ้าอาณานิคม ซึ่งต่างมีฐานทัพในประเทศไนเจอร์ที่อุดมไปด้วยแร่ยูเรเนียม กล่าวประณามการก่อรัฐประหาร นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์หานายบาซูม พร้อมให้คำมั่นว่าสหรัฐฯ จะสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น กล่าวว่า ได้ระงับการดำเนินการด้านมนุษยธรรมในไนเจอร์ ไม่ชัดเจนว่าการรัฐประหารเป็นสาเหตุเบื้องหลังการระงับหรือไม่ ก่อนหน้านี้ยูเอ็นกล่าวว่า ชาวไนเจอร์มากกว่า 4 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในวันพฤหัสบดี นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายบาซูม "ทันทีและไม่มีเงื่อนไข"

นายบาซูม ทวีตข้อความท้าทายในเช้าวันพฤหัสบดีว่า "ความสำเร็จที่ได้มาอย่างยากลำบากจะได้รับการปกป้อง ชาวไนจีเรียทุกคนที่รักประชาธิปไตยและเสรีภาพจะยอมรับมัน"

รัฐมนตรีต่างประเทศไนเจอร์ ยังพยายามสนับสนุนและเรียกร้องให้มีการเจรจา แต่เสนาธิการกองทัพกล่าวว่าเขาสนับสนุนการปฏิวัติเพื่อหลีกเลี่ยงการสู้รบภายในกองทัพ ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อสถานการณ์ในไนเจอร์อย่างแท้จริง เนื่องจากรัฐบาลทหารยังไม่ได้ประกาศตัวผู้นำ

...

ด้านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล ยังคงเผยแพร่การประกาศรัฐประหารในช่วงดึกซ้ำหลายครั้ง สลับกับเพลงรักชาติและโองการอัลกุรอาน ส่วนรายการข่าวช่วงเที่ยงตามปกติยังไม่มีการออกอากาศ ขณะที่ในกรุงนีอาเม ร้านค้าและตลาดยังเปิดทำการ และหลังจากเกิดฝนตกหนักในตอนเช้า ผู้สนับสนุนการรัฐประหารได้พากันออกไปชุมนุมตามท้องถนน

ประชาชนหลายร้อยคนที่ชุมนุมอยู่นอกสภา ต่างโบกธงชาติรัสเซีย ขณะที่คนอื่นๆ ชูป้ายที่เขียนด้วยลายมือว่า "ตกลงกับฝรั่งเศส" และ "ฐานทัพของต่างชาติออกไป" ต่อมาตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายผู้ชุมนุมที่ไปยังสำนักงานใหญ่ของพรรค "ชาวไนเจอร์เพื่อประชาธิปไตยและสังคมนิยม" ซึ่งเจ้าหน้าที่ของพรรคต่างวิ่งหนีเมื่อเห็นผู้ประท้วงกำลังมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม โดยบริเวณรอบพรรคเต็มไปด้วยซากรถที่ถูกไฟไหม้

ผู้สนับสนุนการรัฐประหารกล่าวโทษพรรคว่าคอร์รัปชันและไม่ได้ดำเนินการเพียงพอที่จะปรับปรุงสถานการณ์ด้านความมั่นคงและยุติการก่อความไม่สงบของกลุ่มญิฮาดที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

นักวิจารณ์ที่สนับสนุนรัสเซียที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่ง ได้โพสต์ความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการรัฐประหาร โดยกล่าวว่าเป็นโอกาสสำหรับรัสเซียและกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ ที่จะเข้าไปในไนเจอร์ ในขณะนี้ ไม่มีหลักฐานว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำรัฐประหารครั้งนี้ ด้านสำนักข่าวทัสส์ของรัสเซีย อ้างคำกล่าวของนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า ระเบียบตามรัฐธรรมนูญในไนเจอร์ควรได้รับการฟื้นฟู 

กลุ่มประชาสังคมบางกลุ่มในไนเจอร์ เรียกร้องไนเจอร์ก้าวพ้นจากอิทธิพลของฝรั่งเศสและให้การสนับสนุนรัสเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลทหารไนเจอร์ ตำหนิฝรั่งเศสที่ละเมิดการปิดพรมแดนของประเทศ หลังเครื่องบินทหารลงจอดที่ฐานทัพอากาศในเช้าวันพฤหัสบดี

พ.อ.อามาดู อับดรามาเน โฆษกของกองทัพประกาศการยึดอำนาจครั้งนี้ โดยกล่าวว่า การยึดอำนาจเกิดจากสถานการณ์ความมั่นคงที่ทวีความรุนแรงขึ้น และการปกครองทางเศรษฐกิจและสังคมที่ย่ำแย่ แต่หนังสือพิมพ์ "ลองกีเตอร์" (L'Enqueteur) ของไนเจอร์ ชี้ว่าการรัฐประหารเกิดขึ้นจากความพยายามของประธานาธิบดีบาซูม ที่จะถอดพลเอก อับดุลรามาเน ทเชียนี ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองอารักขาประธานาธิบดี.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign