- ชาวกัมพูชาเตรียมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. กันอีกครั้ง คาดพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ของนายกฯ ฮุน เซน ชนะ ขาดลอยอีกเช่นเคย หลังจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว กวาดที่นั่ง สส.ในสภามาได้ทั้งหมด
- ฮุน เซน โดนบรรดานักสิทธิมนุษยชน สื่อต่างชาติวิจารณ์อย่างหนัก ว่าสกัดพรรคฝ่ายค้านสำคัญ อย่าง 'พรรคแสงเทียน'ถูก กกต.ตัดสิทธิ ในการส่งผู้สมัครลงแข่งขันในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ไปเรียบร้อย ไม่ต่างไปจากพรรคฝ่ายค้าน 'กู้ชาติกัมพูชา' ที่โดนยุบพรรคเมื่อกว่า 5 ปีก่อน
- ชัยชนะของพรรคประชาชนกัมพูชา ในการเลือกตั้ง สส. คราวนี้ จะทำให้ฮุน เซน สามารถเป็นผู้นำรัฐบาลบริหารประเทศได้ต่อไป หลังกุมอำนาจปกครองกัมพูชามานานเกือบ 40 ปี ในขณะที่ฮุน เซน ในวัย 70 ปี ได้ส่งสัญญาณ จะ 'ส่งไม้ต่อ' ให้พลเอก ฮุน มาเนต บุตรชายคนโต เข้ามาสืบทอดอำนาจแล้ว
และแล้ว ก็มาถึงวันที่ชาวกัมพูชาที่มีสิทธิเลือกตั้ง เตรียมเข้าคูหาเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กันอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค. 2566
ท่ามกลางการคาดการณ์กันถึงผลการเลือกตั้งที่จะออกมาว่า คงไม่มีเซอร์ไพรส์ สร้างความฮือฮา ประหลาดใจแต่อย่างใด
เพราะเป็นที่แน่นอนว่า พรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party) หรือ CPP ภายใต้การนำของสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน หรือนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน จะกวาดชัยชนะไปได้อย่างถล่มทลายอีกเช่นเคย
ไม่ต่างอะไรไปจากการเลือกตั้ง สส. ครั้งที่แล้ว ในปี 2561 ที่พรรคประชาชนกัมพูชา ของนายกฯ ฮุน เซน ลงสนามเลือกตั้งแบบไร้ฝ่ายค้าน คู่แข่ง หลังจากศาลได้สั่งยุบพรรค 'กู้ชาติกัมพูชา' หรือ CNRP ซึ่งเป็นการรวมกันของพรรคสมรังสี (Sam Rainsy) และพรรคสิทธิมนุษยชน ด้วยข้อหาวางแผนโค่นล้มรัฐบาล
จึงทำให้พรรค CPP ของฮุน เซน สามารถกวาดที่นั่ง สส.ในสภาไปได้ทั้งหมด 125 ที่นั่ง กลายเป็นพรรครัฐบาลบริหารประเทศแบบสะดวกโยธินไม่มีฝ่ายค้านมากวนใจ ส่งเสียงค้านในสภาแม้แต่คนเดียว
...
'แผ่นเสียงตกร่อง' กกต.ยุบพรรคฝ่ายค้านอีก
สำหรับการเลือกตั้ง สส. ในกัมพูชาครั้งนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เมื่อพรรคแสงเทียน (Candlelight Party) หรือ CP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านสำคัญเพียงพรรคเดียว ได้ถูกคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสิทธิไปเรียบร้อย ไม่สามารถลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งได้ โดย กกต.ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะพรรคแสงเทียน ยื่นเอกสารที่จำเป็นไม่ครบถ้วน จนถูกบรรดานักสิทธิมนุษชนและสื่อต่างชาติวิจารณ์อย่างหนัก
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พรรค CPP ของนายกฯ ฮุน เซน ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ในคราวนี้ โดยไม่มีพรรคฝ่ายค้านสำคัญ มาเกะกะกวนใจอีกเช่นเคย มีเพียงแต่พรรคเล็กๆ อีก 17 พรรคส่งผู้สมัครมาร่วมแข่งขันกับพรรค CPP ด้วยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความหวังของชาวกัมพูชาที่อยากเห็นประเทศชาติมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา รัฐบาลฮุน เซน ได้เดินหน้าปราบปรามนักการเมืองฝ่ายค้านอย่างหนัก หลังผลการเลือกตั้ง สส. ในปีนั้น ออกมาว่า พรรคฝ่ายค้าน กู้ชาติกัมพูชา (CNRP) นำโดยนายสม รังสี สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เข้าไปนั่งในสภาได้ถึง 40% หรือ 55 ที่นั่ง จาก 123 ที่นั่ง จนเกือบจะเอาชนะพรรค CPP ได้สำเร็จ
นอกจากพรรค CNRP ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2555 จะโดนศาลกัมพูชาสั่งยุบพรรคไปเรียบร้อยในปี 2560 ก่อนจะมีการเลือกตั้งในปีถัดมาแล้ว ต่อมา เดือนกันยายน 2560 นายเขม โสกา หัวหน้าพรรค CNRP ยังได้ถูกจับกุมในข้อหากบฏ สมคบคิดกับรัฐบาลสหรัฐฯ พยายามโค่นล้มรัฐบาลฮุน เซน ก่อนที่เดือนมีนาคมปีนี้ 2566 ศาลได้ตัดสินว่านายเขม โสกา มีความผิดฐานกบฏ สั่งกักบริเวณในบ้านพักเป็นเวลา 27 ปีเลยทีเดียว
...
ฮุน เซน นายกฯ ตลอดกาลเกือบ 40 ปีของกัมพูชา
นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ในวัย 70 ปี ครองอำนาจเป็นผู้นำกัมพูชายาวนานถึง 38 ปี ตั้งแต่ปี 2528 แซงหน้า โรเบิร์ต มูกาเบ อดีตผู้นำซิมบับเว และโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการแห่งลิเบียที่ล่วงลับไปแล้วทั้งคู่
จนทำให้ฮุน เซน กำลังอยู่ในท็อปลิสต์ที่จะได้ครองตำแหน่งผู้นำทางการเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลก
'ผมมีอำนาจในรัฐบาลโดยไม่ถูกขัดขวางเลยมาตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2522 จนถึงปัจจุบัน' ฮุน เซน หาเสียงเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา
'เป็นเวลากว่า 38 ปีแล้วในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมได้สร้างสถิติโลกถึง 3 เรื่อง เริ่มตั้งแต่ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่อายุน้อยที่สุดในโลก (อายุ 26 ปี) สร้างสถิติโลกครั้งที่ 2 เป็นนายกรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดในโลก (อายุ 33 ปี) และทำสถิติโลก ครั้งที่ 3 คือ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานที่สุดในโลก' ฮุน เซน กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
...
'ส่งไม้ต่อ' ให้ลูกชายคนโตสืบทอดอำนาจ
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่านายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ได้วางตัวพลเอก ฮุน มาเนต บุตรชายคนโตวัย 45 ปี เป็นผู้สืบทอดอำนาจทางการเมือง
ฮุน มาเนต เคยดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายตำแหน่งในกองทัพกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองกำลังอารักขานายกรัฐมนตรีฮุน เซน ผู้เป็นบิดา, ผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย, ผู้บัญชาการทหารบกและรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา
ฮุน มาเนต จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์ ซึ่งเป็นโรงเรียนทหารชั้นสูงของสหรัฐอเมริกาในปี 2542 จบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบริสตอล ในอังกฤษ
ในขณะที่เส้นทางการเมืองของฮุน มาเนตนั้น เขาเป็นผู้นำปีกคนรุ่นใหม่ภายในพรรคประชาชนกัมพูชา และเป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาด้วย
ท่ามกลางบรรยากาศหาเสียงขณะที่วันเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชากำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ชาวกัมพูชาและสื่อทั่วโลกต้องประหลาดใจไม่น้อย เมื่อจู่ๆ ฮุน เซน ได้ประกาศก่อนถึงวันเลือกตั้งว่า เขาอาจจะมอบหมายให้ ฮุน มาเนต ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกัมพูชา ใน 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า
...
'ใน 3 หรือ 4 สัปดาห์หน้า ฮุน มาเนต สามารถเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ขึ้นอยู่กับฮุน มาเนต ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่' ฮุน เซน ให้สัมภาษณ์กับทีวี ช่อง Phoenix ของจีน ที่ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา
ในวันหาเสียงวันสุดท้าย เราได้เห็นภาพ ฮุน มาเนต ออกมาร่วมการปราศรัยหาเสียงให้กับพรรค CPP ในกรุงพนมเปญ ก่อนที่การเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณ 'รับไม้ต่อ' จากฮุน เซน ผู้เป็นพ่อ ที่จะมีอายุ 71 ปีในเดือนหน้า.
ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์