- โศกนาฏกรรมช็อกโลก เรือดำน้ำไททัน เจอแรงดันน้ำใต้ทะเลจนเกิดการระเบิดสู่ภายในอย่างรุนแรง ทำให้ 5 คนบนเรือเสียชีวิตแทบทันที ต่อมามีการเปิดเผยว่า ทุกคนต้องเช็นเอกสารยอมสละความรับผิด ที่อาจทำให้บริษัทเจ้าของเรือแทบไม่ต้องชดใช้อะไรเลย
- ทางการแคนาดาเปิดสอบสวนรายละเอียดต่างๆ เพื่อหาสาเหตุการระเบิด และข้อผิดพลาดต่างๆ ตั้งแต่เรือแม่ "โพลาร์ พรินซ์" ของโอเชียนเกต รอนานถึง 8 ชั่วโมงถึงจะแจ้งหน่วยยามฝั่งให้ดำเนินการค้นหา และหากแจ้งเร็วกว่านี้จะลดความสูญเสียใดๆได้หรือไม่ ตลอดจนสืบสวนเสียงสนทนากับเรือแม่ ก่อนเรือไททันจะขาดสัญญาณติดต่อ
- ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การฟ้องร้องของญาติที่อาจเกิดขึ้นอาจไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความท้าทายในการจัดตั้งเขตอำนาจศาล เพราะการระเบิดเกิดขึ้นใต้น้ำ บริเวณดินแดนที่ไม่มีมนุษย์ควบคุม
ก่อนที่จะร่วมการเดินทางสำรวจซากเรือไททานิก ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล ในมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งสหรัฐฯ และแคนาดา เหล่าผู้โดยสารยานดำน้ำไททัน ที่ในขณะนี้เสียชีวิตหมดทุกคนรวมไปถึงนายสต็อกตัน รัช ซีอีโอของโอเชียนเกต ได้ขอให้เซ็นเอกสารหลายฉบับ หนึ่งในนั้นคือเอกสารสละความรับผิดชอบ (Liability waivers) ซึ่งระบุว่าพวกเขาสละสิทธิในการเรียกร้องความรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ รวมไปถึงกรณีการเสียชีวิต ที่จะเกิดขึ้นจากการเดินทางในครั้งนี้
สำนักข่าวเอพี รายงานว่าจากการตรวจสอบเอกสารสละความรับผิดชอบ ของบริษัทโอเชียนเกต พบว่ามีเนื้อหาที่ระบุชัดเจนว่า ผู้โดยสารยานดำน้ำไททัน อาจได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย ความพิการ การบาดเจ็บทางอารมณ์ และอาจเสียชีวิตขณะอยู่บนเรือไททัน ซึ่งผู้โดยสารขอสละสิทธิในการฟ้องร้อง จากกรณีการบาดเจ็บ หรือทรัพย์สินเสียหาย หรือความสูญเสียต่างๆ ที่พวกเขาได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้
...
เนื้อหาของเอกสารฉบับนี้ยังระบุชัดเจนว่า ยานดำน้ำนี้เป็นการทดลองและสร้างขึ้นจากวัสดุที่ไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในการทำยานดำน้ำที่มีคนโดยสารลงไปด้วย
เอกสารสละสิทธิความรับผิดชอบอาจมีความสำคัญอย่างมากหากญาติผู้เสียชีวิตในเรือดำน้ำไททันฟ้องร้องทางกฎหมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบอกว่า การสืบสวนรายละเอียดการเกิดโศกนาฏกรรมก็จะมีผลต่อคดี รวมไปถึงรายละเอียดสาเหตุที่เรือดำน้ำระเบิด
เอกสารสละความรับผิดชอบคืออะไร
เอกสารสละความรับผิดชอบ บางครั้งเรียกว่า หนังสือยินยอม (Release form) การยกเว้นเรียกร้องความรับผิดชอบ เป็นเอกสารที่มีการเซ็นทั่วไปก่อนที่จะทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง อาทิ การกระโดดร่ม หรือการดำน้ำลึก การลงนามในเอกสารฉบับนี้ แสดงว่าผู้โดยสารหรือผู้ร่วมกิจกรรม ยอมรับความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเข้าร่วมกิจกรรม และหากพวกเขาได้รับบาดเจ็บ ก็จะไม่เรียกร้องความรับผิดชอบจากเจ้าของบริษัท
แมทธิว ชาฟเฟอร์ ทนายความด้านการพิจารณาคดีของสำนักงานกฎหมายการบาดเจ็บส่วนบุคคลทางทะเล Schechter, Shaffer & Harris กล่าวว่า แบบฟอร์มนี้เป็นเรื่องปกติทั่วไปก่อนที่จะทำกิจกรรมสันทนาการที่เป็นอันตรายอย่างมาก โดยเนื้อหาของเอกสารจะครอบคลุมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมด และจะต้องใช้ภาษาเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างเช่น คุณอาจเสียชีวิตได้ คุณอาจจะบาดเจ็บ คุณอาจพิการ และคุณจะไม่ได้รับการชดเชยใดๆ คุณกำลังปลดเปลื้องทางบริษัทจากความรับผิดใดๆ สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคุณ อันเป็นผลมาจากการที่คุณมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้
ศาลพิจารณาเอกสารสละความรับผิดชอบหรือไม่
ที่จริงแล้วความถูกต้องตามกฎหมายของเอกสารเหล่านี้ จะขึ้นอยู่กับว่าลงนามที่รัฐไหน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบอกว่า ศาลในบางรัฐให้การรับรอง และในบางรัฐกลับไม่รับรอง อย่างเอกสารสละสิทธิความรับผิดชอบจะได้รับการรับรอง ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับนักดำน้ำ ในรัฐฟลอริดา และเกี่ยวกับกรณีการเล่นสกีในรัฐโคโลราโด
...
อย่างไรก็ตาม ศาลจะพิจารณาเนื้อหาของเอกสารนี้ ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ รวมถึงว่าบุคคลที่ลงนามนั้นมีความเข้าใจในแบบฟอร์มและความเสี่ยงที่พวกเขาได้รับจริงๆ หรือไม่ ตลอดจนระดับความเสี่ยงอันตรายของกิจกรรมว่ามีมากน้อยแค่ไหน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ศาลจะพิจารณาด้วยว่า เจ้าของบริษัทหรือผู้จัดกิจกรรมเสี่ยงอันตรายได้มีการปิดบังข้อมูลของผู้โดยสาร ผู้ร่วมเดินทาง โดยเป็นการเจตนาปกปิดถึงอันตรายที่แท้จริงที่น่าจะเป็นหรือไม่ อีกคำถามหนึ่งคือมีความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือสามารถหยุดยั้งการเกิดเหตุความเสียหายได้หรือไม่
โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า กรณีโศกนาฏกรรมเรือไททัน ของบริษัทโอเชียนเกต ถึงผู้โดยสารจะมีการลงนามในเอกสารสละสิทธิความรับผิดชอบ หรือไม่ก็ตาม ครอบครัวของผู้เสียชีวิตบนเรือดำน้ำก็สามารรถยื่นฟ้องร้องได้ ไม่เพียงแต่ฟ้องโอเชียนเกต ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือไททันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ผลิตเรือและบริษัทต่างๆ ที่จัดหาชิ้นส่วนสำหรับยานดำน้ำลำนี้ด้วย ซึ่งเขามองว่า การสละสิทธิความรับผิดชอบจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้อย่างแน่นอน และขึ้นอยู่กับศาลและข้อเท็จจริงที่ออกมา
...
ญาติผู้โดยสารไททัน จะฟ้องร้องได้หรือไม่
ในกรณีของยานดำน้ำไททัน ปัจจัยที่ซับซ้อนคือโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เกิดขึ้นในบริเวณน่านน้ำสากล ตามเอกสารการสละสิทธิของโอเชียนเกตระบุว่า ข้อพิพาทใดๆ จะถูกพิจารณาภายใต้กฎหมายของบาฮามาส ซึ่งบริษัท OceanGate Expeditions, Ltd. ทำการจดทะเบียน
นายเคนเนธ อับราฮัม ศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย แห่งคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียกล่าวว่า เนื้อหาของเอกสารสละสิทธิระบุว่า หากกฎหมายของบาฮามาสไม่เอื้ออำนวยต่อครอบครัว ก็เป็นที่คาดการณ์ว่าญาติของผู้เสียชีวิตอาจจะฟ้องคดีในสหรัฐฯ หรือประเทศบ้านเกิดของพวกเขา ขณะที่การรับทราบเงื่อนไขการสละสิทธิความรับผิดชอบนั้น เป็นโมฆะในสหรัฐฯ ซึ่งนี่อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของข้อโต้แย้งทางกฎหมาย
ขณะที่นายสตีฟ ฟลินน์ อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่ง และผู้อำนวยการ Global Resilience Institute ของมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น กล่าวว่า การฟ้องร้องที่อาจเกิดขึ้นอาจไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความท้าทายในการจัดตั้งเขตอำนาจศาล เพราะการระเบิดเกิดขึ้นในดินแดนที่ไม่มีมนุษย์ควบคุม
...
อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของทั้ง 5 คนในยานดำน้ำไททัน ได้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยในการโดยสารยานดำน้ำลึก โดยนายบ็อบ บัลลาร์ด นักสมุทรศาสตร์ที่ร่วมทีมค้นพบซากเรือไททานิก กล่าวว่า ยานดำน้ำไททันไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดเพียงพอ ก่อนลงดำน้ำลึก และยังกล่าวโทษบริษัทโอเชียนเกตที่ละเลยเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
เช่นเดียวกับเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเรื่องไททานิก ที่ออกมากล่าวโทษบริษัทโอเชียนเกต ที่ไม่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยทำให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้.
ผู้เขียน เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์
ข้อมูล ABC, The Guardian