ทีมกู้ภัยขยายพื้นที่ค้นหาเรือดำน้ำที่หายสาบสูญมากขึ้นไปอีก และพยายามตามหาที่มาของเสียงปริศนาที่พวกเขาตรวจจับได้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่พบ

เมื่อวันพุธที่ 21 มิ.ย. 2566 นายเจมี เฟรเดริกค์ กัปตันหน่วยยามฝั่งเมืองบอสตันของสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าในปฏิบัติการค้นหาเรือดำน้ำ ‘ไททัน’ ซึ่งหายสาบสูญไปหลังดำลงใต้มหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อพานักท่องเที่ยวมหาเศรษฐีชมซากเรือไททานิกที่จมอยู่ก้นทะเลนอกชายฝั่งประเทศแคนาดา

นายเฟรเดริกค์ กล่าวว่า ขอบเขตของปฏิบัติการค้นหาบนผิวน้ำถูกขยายออกไปจนเป็น 2 เท่าของพื้นที่รัฐคอนเนตทิคัตแล้ว และกำลังค้นหาใต้ทะเลลึกสูงสุดถึง 4 กม. โดยที่เรือและยานดำน้ำควบคุมระยะไกล (ROV) อีกหลายลำกำลังถูกส่งมาสมทบ

ในด้านของเสียง “ปัง” ปริศนาที่เครื่องบินโซนาร์ P-3 ของแคนาดาตรวจจับได้เรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา นายเฟรเดริกค์ ระบุว่า การค้นหาบริเวณที่ตรวจจับเสียงได้ตั้งแต่เมื่อคืนวันอังคารจนถึงเช้าวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น ยังไม่ประสบผลใดๆ โดยเจ้าหน้าที่กำลังพยายามระบุต้นตอของเสียงนี้

“เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร” เฟรเดริกค์กล่าวและเผยว่า ยาน ROV ถูกโยกย้ายตำแหน่งมาเพื่อหาว่าเสียงมาจากไหน ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องบินแคนาดาซึ่งตรวจจับเสียงได้เป็นที่แรก กำลังถูกส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญจากกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยจะมีการพิจารณาใช้ข้อมูลนี้ในแผนค้นหาในอนาคต แต่จนถึงตอนนี้การศึกษาข้อมูลนั้นยังหาข้อสรุปไม่ได้

นายเฟรเดริกค์ ยืนยันด้วยว่า นี่ยังคงเป็นปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย แม้ผู้เชี่ยวชาญจะคาดว่าในเรือดำน้ำเหลือออกซิเจนให้ผู้โดยสารใช้หายใจได้ไม่ถึง 20 ชั่วโมงแล้ว “นี่เป็นภารกิจค้นหาและกู้ภัย 100% เรากำลังอยู่ระหว่างการค้นหาและกู้ภัย และเราจะทุ่มทรัพยากรทุกอย่างที่เรามีต่อไปเพื่อหาเรือไททัน และลูกเรือทุกคนให้เจอ”

...

“เราต้องมองโลกในแง่ดี และมีความหวังเข้าไว้ ในตอนที่คุณทำภารกิจค้นหาและกู้ภัยแบบนี้” เฟรเดริกค์ กล่าว

อีกด้านหนึ่งที่เมืองนิวฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนาดา บริษัท โฮไรซอน แมริไทม์ เซอร์วิซ (Horizon Maritime Services) เจ้าของเรือสนับสนุน ‘MV Polar Prince’ (โพลาร์ พรินซ์) ซึ่งปล่อยเรือไททันลงทะเล ก็ออกแถลงการณ์เช่นกัน โดยนายฌอน ลีต ประธานบริษัท กล่าวว่า พวกเขารู้ดีเรื่องความอ่อนไหวเกี่ยวกับเวลาในภารกิจค้นหา

นายลีต เผยอีกว่า บริษัทกำลังส่งอุปกรณ์เพิ่มเติมไปช่วยปฏิบัติการค้นหาในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี พร้อมยอมรับในความยากลำบากที่เหล่าผู้โดยสารเรือดำน้ำและครอบครัวของพวกเขาต้องเผชิญ

“อุตสาหกรรมการเดินทะเลในภูมิภาคนี้ไม่ใช่ไม่เคยตอบสนองต่อสถานการณ์ยากลำบากมาก่อน” นายลีต กล่าว “เราทำงานร่วมกันเพื่อรับประกันทุกความพยายามที่เป็นไปได้ เพื่อนำผู้คนกลับบ้าน ผู้คนบนเรือไททันและครอบครัวของพวกเขาคือผู้ที่เราให้ความสำคัญ เราเป็นห่วงสวัสดิภาพของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง เราทุกคนในนิวฟาวด์แลนด์ และลาบราดอร์ แคนาดา, สหรัฐฯ และทั่วโลกต่างสามัคคีกันในงานนี้”

“ผมอยู่ในอุตสาหกรรมเดินทะเลมานับตั้งแต่อายุยังน้อย และผมไม่เคยเห็นอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกส่งไปอย่างรวดเร็วขนาดนั้นมาก่อน”.

ที่มา : bbccnn