ประธานาธิบดีรัสเซีย เชื่อว่าปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของยูเครนเริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางการต่อสู้ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในพื้นที่แนวหน้าการปะทะ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งประเทศรัสเซีย เชื่อว่า ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของยูเครนซึ่งคาดหมายกันมานานว่าจะเกิดขึ้น ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายยูเครนปฏิเสธ แต่ยอมรับว่ามีความเคลื่อนไหว

“เราสามารถพูดได้อย่างแน่นอนว่าการโจมตีของยูเครนเริ่มต้นขึ้นแล้ว” นายปูติน กล่าวในวิดีโอการสัมภาษณ์ซึ่งเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มเทเลแกรม เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย. 2566

ทั้งนี้ ฝ่ายยูเครนยังไม่ประกาศเริ่มการโจมตีตอบโต้อย่างเป็นทางการ แต่มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นมาหลายสัปดาห์แล้ว โดยยูเครนดำเนินแผนปฏิบัติการทางการทหารที่รู้จักกันในชื่อของ Shaping Operation หรือปฏิบัติการสร้างสภาวะที่เกื้อกูล ด้วยการโจมตีด้วยปืนใหญ่และมิสไซล์จากระยะไกลเข้าใส่เป้าหมายด้านพลาธิการของรัสเซียด้านหลังพื้นที่แนวหน้า

ความเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) หน่วยรถหุ้มเกราะเบาของยูเครนจำนวนหนึ่งเคลื่อนที่ข้ามทุ่งโล่งมุ่งสู่ที่มั่นของรัสเซียในแคว้นซาปอริชเชีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน โดยนายเซอร์ฮี คูซาน ประธานศูนย์ความร่วมมือและความมั่นคงยูเครนระบุว่า พวกเขากำลังวัดการป้องกันของรัสเซียตามพื้นที่แนวหน้าการปะทะ

แต่ปฏิบัติการบางครั้งก็มาพร้อมกับความสูญเสีย “บางจุดที่ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นถือว่าประสบความสำเร็จโดยมีการสูญเสียน้อย” นายคูซานกล่าว “แต่ประสบความสำเร็จน้อยกว่าในจุดที่ทหารรัสเซียต่อสู้กลับ” อย่างไรก็ตาม นายคูซาน ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า ปฏิบัติการเกิดขึ้นในเมืองได้บ้าง บอกเพียงว่าเกิดขึ้นที่ซาปอริชเชียเท่านั้น

...

เมื่อถึงวันอังคาร เกิดเหตุระเบิดที่เขื่อนคาคอฟกา ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักปกคลุมพื้นที่ประมาณ 596 ตารางกิโลเมตร ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำดนีโปร ในแคว้นเคอร์ซอน ฝ่ายยูเครนกับรัสเซียต่างกล่าวโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการระเบิด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขื่อนแห่งนี้กับถนนข้ามเขื่อนเป็นเส้นทางสำคัญที่ยูเครนสามารถใช้โจมตีรัสเซียได้

จึงมีความเป็นไปได้สูงที่รัสเซียซึ่งควบคุมเขื่อนกับโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำคาคอฟกามานานกว่า 1 ปีแล้ว จะตัดสินใจระเบิดเขื่อนแห่งนี้ทิ้งเพื่อขัดขวางปฏิบัติการของฝ่ายยูเครน

ขณะเดียวกัน การต่อสู้ยังดำเนินต่อไปในภาคตะวันออก และทำท่าว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นอีก โดยเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (8 มิ.ย.) กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรทวีตข้อความว่า การเกิดต่อสู้อย่างหนักหน่วงหลายส่วนของพื้นที่แนวหน้าการปะทะ และส่วนใหญ่ยูเครนเป็นฝ่ายเริ่มโจมตี

ด้านนายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ในวันเดียวกัน ว่ากองทัพรัสเซียสามารถตีโต้การโจมตีของยูเครนในช่วงข้ามคืน บริเวณพื้นที่ทางใต้ของซาปอริชเชียได้ และระบุว่ากองทหารยานเกราะของยูเครนพยายามที่จะฝ่าแนวป้องกันของรัสเซีย

ขณะที่ นางแฮนนา มาลียาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครน กล่าวว่า ทหารรัสเซียป้องกันอย่างแน่นหนาในพื้นที่รอบเมืองโอริคิฟ ซึ่งห่างจากซาปอริชเชียไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 65 กม. นอกจากนั้นการต่อสู้ยังเกิดขึ้นรอบเมืองเวลีกา โนโวซิลกา ทางตะวันออก

เมืองทั้ง 2 แห่งเป็นชายขอบทางตะวันตกและตะวันออกของเส้นแนวหน้าการปะทะ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่ายูเครนพยายามที่จะฝ่าแนวป้องกันของรัสเซียไปให้ได้ โดยนายคูซานพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ไม่ใช่ความลับที่หนึ่งในเป้าหมายหลักของเราคือตัดเส้นทางบกที่คอยป้อนเสบียงให้แก่กองกำลังศัตรูที่รวมกลุ่มกันในภาคใต้”

นอกจากนั้น ยูเครนยังมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ทางเหนือและใต้ของเมืองบักห์มุต โดยมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าทหารยูเครนกำลังรุกคืบเข้าใกล้เมืองแห่งนี้ ซึ่งนางมาลียาร์ยืนยันว่าทหารคืบหน้าไปได้ประมาณ 200-1,100 ม. ในหลายภาคส่วน และอาจนำไปสู่การโอบล้อมเมืองขังทหารรัสเซียที่อยู่ภายในเอาไว้

อย่างไรก็ตาม นายโอเลกซีย์ ดานิลอฟ เลขาธิการสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติยูเครน ปฏิเสธรายงานที่ว่า ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของยูเครนก้าวเข้าสู่ช่วงระยะใหม่แล้ว และย้ำว่า “เมื่อเราเริ่มการโจมตีตอบโต้ ทุกคนก็จะรู้ พวกเขาจะได้เห็น”

ส่วนนายคูซาน กล่าวว่า “ประเด็นก็คือในที่สุดแนวหน้าก็มีความเคลื่อนไหว” พร้อมกับเสริมว่ายังมีตัวเลือกมากมายเปิดกว้างให้แก่เหล่าผู้บัญชาการกองทัพยูเครน แต่ปฏิบัติการก็มีข้อจำกัดอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือการขาดเครื่องบินรบที่คอยให้การสนับสนุนทางอากาศ ทำให้พวกเขาต้องเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แล้วขยับระบบป้องกันทางอากาศเข้าใกล้แนวหน้าเรื่อยๆ

อีกปัจจัยคือเวลา ปฏิบัติการตอบโต้ของยูเครนอาจดำเนินไปได้ไม่เกิน 5 เดือน เพราะหลังจากนั้นฝนฤดูใบไม้ร่วงจะทำให้รถหุ้มเกราะขนาดใหญ่ไม่สามารถวิ่งผ่านพื้นที่เปิดโล่งชื้นแฉะได้อีกครั้ง.

ที่มา : bbc