เจ้าสัวชาวจีน วัย 56 ปี ไม่ยอมแพ้ ร่วมสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย หรือ "เกาเข่า" ครั้งที่ 27 ในชีวิต
หนังสือพิมพ์ปันเต่า เมโทรโพลิส ของจีน รายงานว่า นายเหลี่ยง ซื่อ เศรษฐีชาวจีนวัย 56 ปี จากมณฑลเสฉวน ลงสอบเอ็นทรานซ์เพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เป็นครั้งที่ 27 โดยกล่าวว่านี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ความฝันของเขาในการเป็นนักศึกษาเป็นจริงได้
นายเหลี่ยง ร่วมสอบเข้าวิทยาลัยแห่งชาติหรือ "เกาเข่า" ครั้งแรกในปี 2526 แต่ไม่สำเร็จ เขาพยายามอีกครั้งในอีกสองปีต่อมา แต่ก็ประสบความล้มเหลว ต่อมาในปี 2529 พ่อแม่ของเขาชักชวนให้เขาไปเรียนที่วิทยาลัยเทคนิค แต่เขาลาออกหลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งปี เขาบอกว่าเขาไม่ต้องการทำงานกับเครื่องจักรที่มีเสียงดัง เขายังคงเตรียมตัวสำหรับการทดสอบและทำงานเล็กๆ น้อย
ต่อมาในปี 2534 เขาไปทำงานที่โรงงานไม้และแต่งงาน แต่เขาไม่ยอมแพ้กับการสอบเกาเข่า เมื่อปี 2535 เขาเข้าสอบเกาเข่าแบบผู้ใหญ่เท่านั้นทเนื่องจากมีเกณฑ์การจำกัดอายุผู้เข้าสอบ เขาได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยป่าไม้หนานจิง แต่ไม่พอใจจึงไม่ไปเรียน และในปีเดียวกันนั้นเขาก็ถูกเลิกจ้าง
เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เขาจึงทำงานเป็นพนักงานขาย เขาขายเสื้อผ้า ตู้เย็น ทีวี และฮาร์ดแวร์ ต่อมาเขาได้เปิดโรงงานวัสดุก่อสร้าง และทำรายได้ 1 ล้านหยวน หรือราว 5 ล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึงปี
ในปี 2544 กระทรวงศึกษาธิการจีน ได้ยกเลิกการจำกัดอายุในการสมัครสอบเกาเข่า นายเหลียงจึงกลับมาอ่านหนังสือสอบอีกครั้ง
เนื่องจากต้องดำเนินธุรกิจของตัวเอง เขาจึงลงสมัครสอบได้เพียง 2 ครั้ง ในปี 2545 และ 2549 เท่านั้น แต่ในระหว่างปี 2553 ถึง 2565 เขาได้สมัครสอบได้ติดต่อกัน 13 ปี
คะแนนที่ดีที่สุดของเขาเกิดขึ้นในปี 2561 เมื่อเขาได้ 469 จากทั้งหมด 750 คะแนน ในปี 2562 เขาทำคะแนนได้ 462 คะแนน แต่เขาไม่ได้สมัครเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเป้าหมายของเขาคือ มหาวิทยาลัยเสฉวน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ
...
ความพยายามในการสอบครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เขาเป็นที่รู้จักและได้รับการตอบสนองที่หลากหลาย ลูกชายของเขาที่สอบไปพร้อมกับเขาในปี 2554 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ไม่ต้องการให้เขาตกเป็นเป้าสายตา ขณะที่ภรรยาของเขาไม่ได้พูดอะไร ดังนั้นนายเหลียงจึงถือว่าเธอเงียบเพื่อให้กำลังใจ
ชาวเน็ตบางคนบอกว่าเขาเสียเวลาและพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์แต่เขาก็ทำต่อไป นายเหลียงไม่สนใจการตัดสินของผู้อื่น เขากล่าวว่า "ทุกคนต่างแสวงหาสิ่งที่แตกต่างกัน คุณไม่สามารถพูดได้ว่าใครถูกใครผิด ตราบใดที่กฎหมายยังอนุญาต มันก็สมเหตุสมผล"
ในการเตรียมตัวสอบ นายเหลียงออกจากบ้านเวลา 08.00 น. ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเรียนที่ร้านน้ำชาของเพื่อน และกลับบ้านระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 22.00 น. นายเหลียงมีโต๊ะประจำ และงีบหลับบนม้านั่งในช่วงเที่ยง
ด้วยอายุที่มากขึ้น นายเหลียง กล่าวว่าเขารู้สึกว่าการตื่นแต่เช้าเป็นเรื่องลำบาก อย่างไรก็ตาม เขาต้องการทำให้ความฝันเป็นจริงโดยเร็วที่สุด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่กำหนดเป้าหมายไว้ที่มหาวิทยาลัยเสฉวนในปีนี้
"ผมจะโอเคกับมหาวิทยาลัยที่สำคัญ หากคะแนนของผมเพียงพอสำหรับมหาวิทยาลัยสำคัญๆ ผมก็จะเข้าเรียน."