เจ้าหน้าที่ของยูเครนกับรัสเซียต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเขื่อนคาคอฟกา จนทำให้เขื่อนแตก น้ำทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน จนต้องอพยพชาวบ้านหลายหมื่นราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุโจมตีเขื่อนคาคอฟกา ในแคว้นเคอร์ซอน ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรัสเซีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 มิ.ย. 2566) ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมหลายสิบหมู่บ้าน และทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพ จนหวั่นว่าจะเกิดวิกฤติมนุษยธรรมรอบใหม่

จนถึงตอนนี้ทางการยูเครนระบุว่า พวกเขาต้องอพยพประชาชนราว 17,000 คน ออกจากเมืองและหมู่บ้าน 29 แห่ง นอกจากนั้นยังมีอีก 40,000 คน ที่เสี่ยงถูกน้ำท่วม ขณะที่ นายพลอันเดรย์ คอสติน ของยูเครน กล่าวว่า ประชาชนอีกว่า 25,000 ที่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำดนีโปร ซึ่งตอนนี้ถูกรัสเซียยึดครองก็ควรได้รับการอพยพด้วย

ด้าน นายวลาดิเมียร์ เลออนตีเยฟ ผู้ที่รัสเซียแต่งตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมือง โนวา คาคอฟกา ซึ่งเป็นจุดที่เขื่อนตั้งอยู่ เผยว่า เมืองของเขาถูกน้ำท่วมหมดแล้ว และประชาชนหลายร้อยคนต้องอพยพ

รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า เหตุการณ์นี้อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ขณะที่ฝ่ายยูเครนกับรัสเซียต่างกล่าวโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้โจมตีเขื่อนแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แนวหน้าการปะทะและเป็นแหล่งน้ำสำหรับหล่อเย็นโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป

ฝ่ายเคียฟ ระบุว่า การทำลายเขื่อนคาคอฟกาที่ถูกรัสเซียยึดไปหลังสงครามเริ่มขึ้นได้ไม่นาน เป็นความพยายามของมอสโกที่จะขัดขวางการโจมตีตอบโต้ของกองทัพยูเครน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่ผู้นำยูเครนยืนยันว่า เหตุการณ์นี้จะไม่กระทบต่อการตอบโต้ของพวกเขา

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวหารัสเซียว่า ระเบิดเขื่อนคาคอฟกา และว่าเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าจะมีหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงสุดถึง 80 แห่ง และเรียกร้องให้โลกเคลื่อนไหวเพื่อลงโทษรัสเซีย “อาชญากรรมนี้มีภัยคุกคามใหญ่หลวง และจะทำให้เกิดผลร้ายแรงตามมาต่อชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม”

...

ต่อมา เซเลนสกีเผยคลิปวิดีโอข้อความผ่านเทเลแกรมยืนยันว่า เหตุระเบิดไม่กระทบต่อความสามารถของกองทัพยูเครนในการชิงดินแดนกลับคืนมา และว่านี่เป็นการทำลายล้างทางสิ่งแวดล้อม (ecocide) เนื่องจากทำให้น้ำมันเครื่องยนต์กว่า 150 ตัน ไหลลงสู่แม่น้ำดนีโปร

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียกล่าวหาว่า เขื่อนแห่งนี้ถูกทำลายลงบางส่วนด้วยการก่อวินาศกรรมอย่างจงใจของฝ่ายยูเคราน และเรียกร้องให้โลกประณามการก่ออาชญากรรมของยูเครน

ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมวาระฉุกเฉิน เมื่อคืนวันอังคารตามการเรียกร้องของรัสเซียกับยูเครน โดยสหประชาชาติเตือนว่า ประชาชนนับแสนในแนวหน้าของทั้งฝ่ายยูเครนและรัสเซีย อาจได้รับผลกระทบจากการโจมตีเขื่อน

ด้านชาวเมืองเคอร์ซอนต้องอพยพหนีขึ้นที่สูงหลังจากมวลน้ำจากเขื่อนส่งผลให้แม่น้ำดนีโปรล้นทะลักตลิ่ง นางลุดมีลา หนึ่งในชาวบ้าน กล่าวว่า “มีการยิงกันแล้ว ตอนนี้ยังมีน้ำท่วมอีก” ขณะที่ชาวบ้านอีกคนชื่อว่าเซอร์เกกล่าวว่า “ทุกอย่างที่นี่จะตายหมด”

“เราชินกับระเบิดพวกนี้แล้ว เราไม่สนใจพวกมันหรอก” เมลนิคอฟ หนึ่งในผู้อพยพหนีน้ำท่วม กล่าว “เราอาศัยอยู่ที่นี่นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น เราใช้ชีวิตผ่านมาได้ตลอดการยึดครอง แต่ตอนนี้เราไม่มีบ้านแล้ว ไม่มีอะไรเลย แม้แต่งาน เราไม่อยากไปแต่เราจะทำอะไรได้ เราอยู่ที่นี่กับเด็กๆ ไม่ได้”

ที่มา : afp