เกิดเหตุหญิงวัยรุ่นอายุเพียง 16 ปี ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตกลางถนน ต่อหน้าผู้คนในนิวเดลีของอินเดีย ทำให้นักเคลื่อนไหวออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้ทางการหาทางแก้ไข
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุวัยรุ่นหญิงอายุเพียง 16 ปี ถูกแทงเสียชีวิตในตรอกของกรุงนิวเดลี ต่อหน้าต่อตาผู้คนมากมายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 พ.ค. 2566) ปลุกกระแสต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อสตรีโดยฝีมือผู้ชายในอินเดียขึ้นมาอีกครั้ง หลังกรณีแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ
เหตุการณ์ล่าสุดถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ โดยคลิปวิดีโอความยาวมากกว่า 1 นาที แสดงให้เห็นว่า ผู้คนมากมายเดินผ่านไปผ่านมาในขณะที่คนร้ายโจมตีเหยื่อของเขาไม่หยุด มีชายเพียงคนเดียวที่พยายามเข้าไปช่วย แต่ก็ต้องรีบถอยเมื่อเห็นคนร้ายมีอาวุธ
ศพของวัยรุ่นหญิงเคราะห์ร้าย ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ ถูกพบในช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในย่านโรฮินี ของกรุงนิวเดลี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ต่อมาในช่วงบ่ายวันจันทร์ (29 พ.ค.) ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้โดยเปิดเผยเพียงชื่อว่า ซาฮิล เป็นช่างเทคนิค ถูกจับได้ที่เมืองพุลันทศาห์ร รัฐอุตตรประเทศ ที่อยู่ใกล้เคียง
นายทีเพนทรา ปาธัค รองผู้บัญชาการตำรวจกรุงนิวเดลี บอกกับสื่อท้องถิ่นอย่าง Times Now ว่า จากการสืบสวนเบื้องต้น คดีนี้ดูเหมือนจะเป็นการก่อเหตุเพราะความหึงหวง
ด้านนายจานัค ราช บิดาของวัยรุ่นหญิงผู้เสียชีวิตบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า “ผมเห็นลูกสาวของผมนอนอยู่ หน้าคว่ำกับพื้น” “อวัยวะของเธอทะลักออกมา และศีรษะของเธอถูกทุบจนยุบ เธอนอนไร้ชีวิต ไม่มีประโยชน์เลยที่จะพาเธอไปโรงพยาบาล”
“ผมโกรธที่รู้ว่า ไม่มีใครช่วยลูกสาวของผมเลย” นายราช กล่าว และเสริมว่า “ถ้าพวกเขาช่วยเธอ เธอก็อาจมีชีวิตอยู่ ผมได้ข่าวด้วยว่าคนมัวแต่มุงถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ พวกเขาควรทำอะไรสักอย่าง หรือแค่กรีดร้อง มันก็อาจช่วยลูกสาวผมได้แล้ว”
...
ทั้งนี้ อินเดียพยายามแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงมานานหลายปีแล้วแต่ไม่สำเร็จ เมื่อปี 2561 การสำรวจความคิดเห็นของรอยเตอร์ส ชี้ว่า อินเดียเป็นประเทศที่อันตรายต่อผู้หญิงมากที่สุดในโลก
นอกจากนั้น อัตราการเกิดเหตุอาชญากรรมต่อผู้หญิงในอินเดียยังมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย โดยตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติอาชญากรรมแห่งชาติของอินเดีย เหตุอาชญากรรมต่อผู้หญิงในปี 2563 เพิ่มขึ้น 20% เพิ่มเทียบกับปี 2556 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของที่พรรคภารตียชนตา ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี จะได้เป็นพรรครัฐบาล
ขณะที่ นางโยกิตา พญานา ผู้ก่อตั้งองค์กร ‘ประชาชนต้านการข่มขืน’ ระบุว่า สถิติดังกล่าวน่าจะเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เนื่องจากอาชญากรรมต่อผู้หญิงหลายรูปแบบ เช่นการข่มขืน มักไม่ถูกรายงานต่อเจ้าหน้าที่ และรากของปัญหาส่วนใหญ่มาจากบรรทัดฐานทางสังคมเก่าๆ
“เราเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับสถานการณ์เหล่านี้ในประเทศของเรา ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก” นางพญานาบอกกับ ซีเอ็นเอ็น “โครงสร้างที่ผู้ชายเป็นใหญ่นั้นเน่าเฟะ และตอนนี้เราจำเป็นต้องแก้ไขมัน” “การตั้งกล้องและผนึกกำลังประท้วงจะไม่เพียงพออีกต่อไป ต้องมีการแก้ไขวิธีคิดของพวกผู้ชายและพวกเด็กหนุ่ม”
ที่มา : cnn