• ผลการเลือกตั้งรอบ 2 เพื่อสรรหาประธานาธิบดีตุรกี เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2566 ออกมาว่า ประธานาธิบดี "เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน" คว้าชัยชนะท่วมท้นเหนือนาย "เคมาล คิลิกดาโรกู" ผู้ท้าชิงจากพรรคฝ่ายค้าน หลังจากการเลือกตั้งรอบแรก ไม่มีผู้ใดชนะคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 
  • ระหว่างการหาเสียงประธานาธิบดีเอร์โดอัน ให้คำมั่นกับประชาชนว่าจะนำพาตุรกีเข้าสู่ยุคใหม่ โดยประกาศรวมใจชาวตุรกีเข้าสู่ศตวรรษใหม่ ท่ามกลางความท้าทายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และวิกฤติค่าครองชีพสูง
  • ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหวั่นเกรงว่า การกลับมาผงาดสู่อำนาจอีกครั้งของประธานาธิบดีเอร์โดอัน จะนำพาชาวตุรกีไปสู่ปัญหาความแตกแยกที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต  

ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีตุรกี ที่จัดขึ้นเป็นรอบที่ 2 ตุรกี ออกมาอย่างเป็นทางการว่า ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน แห่งพรรคความยุติธรรมและการพัฒนา (Justice and Development) ชนะเลือกตั้ง ไปด้วยคะแนนเสียง 52.14% ขณะที่คู่แข่งของเขา คือนายเคมาล คิลิกดาโรกลู จากกลุ่มพรรคพันธมิตรฝ่ายค้าน ได้คะแนนไป 47.86%

นายอาห์เหม็ด เยเนอร์ ประธานสภาสูงสุดเพื่อการเลือกตั้งของตุรกี (Supreme Election Council) เปิดเผยว่า ผลเลือกตั้งออกมาภายหลังนับคะแนนไปได้ 99.43% โดยประธานาธิบดีเอร์โดอัน มีคะแนนนำนายคิลิกดาโรกลู อยู่กว่า 2 ล้านเสียง และถึงแม้นับคะแนนครบ 100% ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงผลเลือกตั้งได้

ชัยชนะครั้งนี้ ส่งผลให้นายเอร์โดอัน ได้อยู่ในตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 ต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี หลังจากที่ปกครองตุรกีมาแล้วร่วม 20 ปี ถือเป็นผู้นำที่ปกครองตุรกียาวนานที่สุดนับตั้งแต่ มุสตาฟา เคมาล อะตาเติร์ก ผู้ก่อตั้งประเทศตุรกีสมัยใหม่ หลังการล่มสลายของอาณาจักรออตโตมัน เมื่อประมาณหนึ่งร้อยปีก่อน

...

เสียงสะท้อนหลังประกาศผลเลือกตั้ง

ในช่วงไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง บรรดาโพลหลายสำนักต่างชี้ว่า นายเอร์โดอันจะชนะ ได้กลับมาบริหารประเทศต่อ ซึ่งปรากฏว่าผลออกมาตามที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเมืองตุรกีมองว่า ในการเลือกตั้งรอบตัดเชือกนี้ ประธานาธิบดีเอร์โดอันเอาชนะคู่แข่งไปด้วยคะแนนเพียง 52% เท่านั้น สะท้อนว่าประชาชนอีกเกือบครึ่งหนึ่งไม่ได้พอใจกับการทำงานของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสักเท่าไหร่ 

ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมองว่า นายคิลิกดาโรกลู ไม่ได้ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อสำหรับแคมเปญเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ แม้ว่าเขาจะผ่านเข้ามาชิงชัยกับประธานาธิบดีเอร์โดอัน ในรอบสุดท้าย แต่ในรอบแรกเขาสามารถดึงคะแนนจากกลุ่มผู้สนับสนุนเอร์โดอันมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

จนถึงตอนนี้นายคิลิกดาโรกลู ยังไม่ยอมประกาศรับความพ่ายแพ้ และยังระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นับว่าไม่เป็นธรรมที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา 

ด้านประธานาธิบดีเอร์โดอัน วัย 69 ปี ประกาศชัยชนะและกล่าวปราศรัยต่อผู้สนับสนุนในนครอิสตันบูล ว่าผู้ชนะที่แท้จริงในวันนี้คือตุรกี พร้อมขอบคุณประชาชนทุกคนที่มอบความรับผิดชอบให้เขาบริหารประเทศไปอีก 5 ปี

ที่ผ่านมา นายเอร์โดอันได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มประชาชนที่มีแนวคิดชาตินิยมและอนุรักษนิยม โดยที่ผ่านมา เขาเน้นหาเสียงโจมตีคู่แข่งในประเด็นเรื่องเสรีนิยม และเรียกคู่แข่งคนสำคัญของเขาว่า เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ

ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ออกมากล่าวแสดงความยินดีต่อชัยชนะของประธานาธิบดีเอร์โดอันในครั้งนี้ พร้อมกล่าวว่า ฝรั่งเศสและตุรกีมีความท้าทายใหญ่หลวงร่วมกัน

ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ รัสเซีย อังกฤษ อิหร่าน อิสราเอล บราซิล อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย ต่างแสดงความยินดีไปยังนายเอร์โดอัน หลังจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเอร์โดอันพยายามอย่างมากที่จะขยายอิทธิพลเข้าไปในตะวันออกกลาง โดยใช้แนวทางที่ประนีประนอมและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ความท้าทายของผู้นำตุรกี

...

ประธานาธิบดีเอร์โดอันใช้เวลา 2 ทศวรรษ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตุรกีให้เป็นไปตามแนวคิดของเขา โดยเน้นการรวมอำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดี เขายังกำจัดศัตรูทางการเมืองและดำเนินนโยบายเศรษฐกิจบางเรื่องอาจไม่ตรงกับแนวทางศาสนามากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาได้รับความสนับสนุนในพื้นที่หลายแห่งของตุรกีที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 2 ครั้ง บริเวณทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ชาวตุรกีและซีเรียเสียชีวิตมากกว่า 50,000 ศพ

ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้งรอบแรกที่มีประชาชนออกมาใช้สิทธิถึง 88.8% ผลออกมาว่า นายเอร์โดอัน ได้คะแนนเสียงมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยได้คะแนน 49.51% ส่วนนายคิลิกดาโรกูล ได้ไป 44.88% และนายซีนัน โอกัน ผู้สมัครจากพรรคชาตินิยม ตามมาเป็นอันดับสามได้เสียงสนับสนุน 5.17% ส่วนประเด็นที่ชาวตุรกีมีความกังวลสูงสุด คือสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่อัตราเงินเฟ้อทะยานขึ้นถึง 85% นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเดินหน้าฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว 

ผลคะแนนเลือกตั้งทำให้หลายคนสงสัยว่า เพราะเหตุใดผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ ถึงยังเลือกเอร์โดอัน แม้ประเทศจะเจอวิกฤติเศรษฐกิจ และรัฐบาลยังตอบสนองอย่างล่าช้า ต่อเหตุแผ่นดินไหว 2 ครั้ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 50,000 ศพ โดยการกลับมาบริหารประเทศในสมัยใหม่นี้ ผู้นำตุรกีจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่

...

ขณะที่ นายโซลี โอเซล ศาสตราจารย์ด้านการเมืองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยคาดีร์ ฮาส ในนครอิสตันบูล มองว่า เอร์โดอันเป็นนักการเมือง "เทฟลอน" ที่ลื่นไหลเก่งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นทักษะการบริหารประเทศแบบที่บรรดาคู่แข่งของเขาไม่มี 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศตุรกีภายใต้การนำของประธานาธิบดีเอร์โดอัน พยายามแสดงความเป็นกลางในเวทีการเมืองโลก ในฐานะเป็นสมาชิกนาโต และพันธมิตรชาติตะวันตก แต่ก็มีความใกล้ชิดกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ช่วงสงครามยูเครน เรายิ่งได้เห็นท่าทีชัดเจนของตุรกี ที่รักษาความเป็นพันธมิตรกับฝั่งตะวันตก แต่บ่อยครั้งก็แสดงความเป็นมิตรสนับสนุนรัสเซีย 

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ประธานาธิบดีตุรกียังมีความจำเป็นยอมรับความท้าทาย และต้องบริหารประเทศตามแนวทางชาตินิยมต่อไป เนื่องจากประชาชนมีความคิดเห็นไปในทางชาตินิยมและอนุรักษนิยมมากขึ้น 

ผู้เขียน เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล CNN Guardian