เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของยุโรป สั่งปรับเงินบริษัท เมตา ผู้ให้บริการ เฟซบุ๊ก จำนวน 4.47 หมื่นล้านบาท ฐานละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 2566 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลแห่งยุโรป (EDPB) สั่งปรับเงินบริษัท เมตา (Meta) ผู้ให้บริการ เฟซบุ๊ก จำนวน 1.2 พันล้านยูโร (ราว 4.47 หมื่นล้านบาท) โทษฐานละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป ด้วยการโยกย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในยุโรปไปยังเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐฯ
ตามแถลงการณ์ของ EDPB บทลงโทษดังกล่าวมีขึ้นหลังจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลของไอร์แลนด์ ดำเนินการตรวจสอบการทำงานของเฟซบุ๊ก และพบว่า การใช้งานกับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในสหรัฐฯ ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR) ของยุโรป
ด้านนางอันเดรีย เจลิเนค ประธาน EDPB กล่าวว่า การฝ่าฝืนของเฟซบุ๊กเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลอย่างเป็นระบบ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และต่อเนื่อง “เฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานหลายล้านคนในยุโรป ดังนั้น ปริมาณข้อมูลส่วนตัวที่ถูกโยกย้ายจึงมหาศาล ค่าปรับจำนวนมากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ เป็นส่วนส่งสัญญาณชัดเจนไปยังองค์กรต่างๆ ว่า การฝ่าฝืนกฎหมายมีผลที่ตามมาใหญ่หลวง”
ทั้งนี้ ค่าปรับดังกล่าวนับเป็นค่าปรับจำนวนมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นภายใต้กฎหมาย GDPR โดยสถิติก่อนหน้านี้อยู่ที่ 746 ล้านยูโร ในการลงโทษบริษัทแอมะซอน เมื่อปี 2564
นอกจากนั้น บริษัท เมตา ยังได้รับคำสั่งให้ยุติการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชาวยุโรปในสหรัฐฯ ภายใน 6 เดือนด้วย
อย่างไรก็ตาม เมตา ระบุว่าพวกเขาจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน รวมถึงคำสั่งปรับเงิน อ้างเหตุผลว่า รากของปัญหานี้เกิดจากความขัดแย้งทางกฎหมายระหว่าง กฎการเข้าถึงข้อมูลของสหรัฐฯ กับสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของยุโรป ฝ่ายนิติบัญญัติของสหภาพยุโรปกับสหรัฐฯ กำลังอยู่บนเส้นทางที่ชัดเจนในการแก้ไขความขัดแย้งนี้ ภายใต้โครงร่างกฎหมายความเป็นส่วนตัวทางข้อมูลข้ามแอตแลนติก (Trans-Atlantic Data Privacy Framework)
...
เมตายืนยันด้วยว่า คำสั่งของ EDPB จะยังไม่กระทบการดำเนินงานของเฟซบุ๊กในยุโรปในทันที
ที่มา : cnn