หนึ่งในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่มีความสำคัญที่สุดและล้ำค่าที่สุดในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์พระองค์ใหม่ของอังกฤษ ที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี นั่นคือ มหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด (St.Edward’s Crown) 

เพราะมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด ที่ตั้งชื่อเรียกตาม 'พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี' อดีตพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์เวสเซกซ์แห่งอังกฤษเมื่อเกือบพันปีก่อน ถือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่ใช้เป็น 'มงกุฎราชาภิเษก' (Coronation Crown) อย่างเป็นทางการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์พระองค์ใหม่ของอังกฤษมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา 

มงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด
มงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด

สำหรับมงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดองค์ปัจจุบัน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1661 หรือ 362 ปีก่อน เพื่อใช้สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 โดยมงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดองค์ปัจจุบัน มีลักษณะคล้ายกับมงกุฎองค์เดิม ต่างเพียงแค่ส่วนโค้ง ซึ่งทำแบบศิลปะบารอกแทน 

...

มหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดองค์ปัจจุบัน ทำจากทองคำ มีความสูง 30 ซม. หนัก 2.23 กิโลกรัม ประดับด้วยอัญมณีและรัตนชาติล้ำค่า กว่า 444 ชิ้น โดยสร้างขึ้นแทนมงกุฎองค์เดิมที่ถูกทำลายในสมัยของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ระหว่างสงครามกลางเมือง และเชื่อกันว่าเป็นมงกุฎที่สร้างเลียนแบบมงกุฎของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขีที่มีองค์ประกอบบางส่วนมาจากมงกุฎของสมเด็จพระเจ้าอัลเฟรดมหาราช

มงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด
มงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด

ภายหลังจากปี ค.ศ. 1689 มงกุฎองค์นี้ ไม่ได้ถูกนำใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอีกเลย เป็นระยะเวลานานกว่า 200 ปี กระทั่งในปี ค.ศ. 1911 พระเจ้าจอร์จที่ 5 ได้รื้อฟื้นการใช้มงกุฎองค์นี้ในพระราชพิธีนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และถือปฏิบัติต่อเนื่องเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (ยกเว้นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8)

ความศักดิ์สิทธิ์และความล้ำค่าชนิดมิอาจประเมินได้ของมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด ก็คือ กษัตริย์พระองค์ใหม่จะได้ทรงพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดนี้เพียงหนึ่งชั่วโมงในระหว่างพิธีราชาภิเษก และจะไม่มีโอกาสได้ทรงสวมอีกเลยตลอดชีวิต

โดยมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด ปัจจุบันถูกเก็บรักษาอยู่ที่ 'หอคอยแห่งลอนดอน' หรือลอนดอน ทาวเวอร์ ร่วมกับมงกุฎอิมพีเรียลสเตทและเครื่องราชกกุธภัณฑ์อื่นๆ

กษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3
กษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3

และเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของอังกฤษ ทางสำนักพระราชวังบักกิงแฮม จึงได้อัญเชิญมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดจากหอคอยแห่งลอนดอน มาใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกครั้งแรกในรอบ 70 ปีที่ผ่านมา

โดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะได้ทรงสวมมงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น ระหว่างมีการประกอบพิธีราชาภิเษก ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน วันที่ 6 พ.ค. 2566 และหลังจากพระราชพิธีราชาภิเษกเสร็จสิ้นลงแล้ว พระองค์จะได้ทรงสวมมหามงกุฎอิมพีเรียลสเตทขณะเสด็จพระราชดำเนินออกจากมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กลับไปยังพระราชวังบักกิงแฮม

มงกุฎอิมพีเรียลสเตท
มงกุฎอิมพีเรียลสเตท

...

มหามงกุฎอิมพีเรียลสเตท

มหามงกุฎอิมพีเรียลสเตท เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ที่กษัตริย์อังกฤษองค์ใหม่จะทรงสวมในตอนเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

มงกุฎอิมพีเรียลสเตทองค์ปัจจุบัน ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ในปี 1937 หรือตั้งแต่เมื่อ 86 ปีก่อน

ประกอบด้วยเพชร 2,868 เม็ด ไพลิน 17 เม็ด มรกต 11 เม็ด และไข่มุกอีกหลายร้อยเม็ด รวมถึงไข่มุก 4 เม็ด จากพระกุณฑล(ต่างหู) ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 และทับทิมแบล็กพรินซ์ ที่เชื่อว่า สมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 5 แห่งอังกฤษ ทรงเคยสวมใส่ที่ยุทธการอาแจ็งคูรต์ ซึ่งเป็นยุทธการในสงครามร้อยปี (Hundred Years' War) ระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1415