กลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยแพร่รายงาน กล่าวหาอิหร่านประหารชีวิตคนเพิ่มขึ้นถึง 75% เพื่อปลูกฝังความหวาดกลัวแก่ผู้ประท้วง ไม่ให้ลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (IHR) ซึ่งมีฐานอยู่ที่นอร์เวย์ และกลุ่มรวมตัวต่อต้านโทษประหารชีวิต (ECPM) ในฝรั่งเศส เผยแพร่รายงานใหม่ ระบุว่า ในปี 2565 อิหร่านประหารชีวิตคนไปอย่างน้อย 582 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 75%

ในกลุ่มผู้ถูกประหารชีวิตดังกล่าวมีอย่างน้อย 544 รายที่ถูกกล่าวหาว่า ฆาตกรรม หรือทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และกว่า 90% ถูกประหารชีวิตโดยไม่มีการประกาศจากทางการอิหร่าน บางรายถึงขั้นถูกประหารเป็นการลับ

IHR กับ ECPM ระบุว่า การประหารชีวิตที่เพิ่มขึ้น เป็นวิธีของรัฐบาลอิหร่านในการสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้ประท้วง และป้องกันไม่ให้เกิดการต่อต้าน หลังเกิดการลุกฮือครั้งใหญ่ ภายหลังการเสียชีวิตของ น.ส.มาห์ซา อามินี วัย 22 ปี ผู้ถูกตำรวจทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต หลังถูกจับกุมข้อหาไม่สวมฮิญาบ เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน

“รัฐบาลอิหร่านแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของโทษประหาร เพื่อปลูกฝังความหวาดกลัวในสังคม เพื่อรักษาอำนาจเอาไว้” รายงานระบุ และเสริมด้วยว่า มีผู้ถูกประหารชีวิต 15 รายที่ถูกกล่าวหาด้วยข้อหาที่มีการนิยามอย่างคลุมเครือมาก ได้แก่ ข้อหา เป็นศัตรูกับพระเจ้า (enmity against God) และข้อหา แพร่กระจายการทุจริตบนโลก (corruption on Earth)

นายโมห์เซน เชคารี เป็นคนแรกที่ถูกประหารโดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประท้วง เขาถูกแขวนคอในวันที่ 8 ธ.ค. 2565 หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงข้อหา ก่อสงครามต่อต้านพระเจ้า จากการที่เขาทางสมาชิกกองกำลังกึ่งทหาร ‘บาซิจ’ (Basij) ระหว่างการประท้วงในกรุงเตหะรานเมื่อ 23 ก.ย.ปีเดียวกัน

...

ไม่ถึงสัปดาห์หลังจากนั้น นายมาจิดเรซา ราห์นาวาร์ด ก็ถูกประหารจากความผิดฐานฆาตกรรมเจ้าหน้าที่บาซิจ 2 นาย และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่อีก 4 นาย

ชายหนุ่มชาวอิหร่าน 2 คนคือนาย โมฮัมหมัด เมห์ดี คารามี ผู้เป็นแชมป์คาราเต้ กับนายเซเยด โมฮัมหมัด ฮอสเซนี อาสาสมัครโค้ชกีฬาเยาวชน ถูกแขวนคอในวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา จากความเกี่ยวข้องกับการประท้วง พวกเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาฆาตกรรมเจ้าหน้าที่บาซิจ 3 นาย

ที่มา : cnn