- เมื่อเดือนกุมภาพันธ์เกิดคดีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอินโดนีเซีย เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งทำร้ายวัยรุ่นอายุ 17 ปี จนอาการโคม่า พร้อมประกาศกร้าวว่า ไม่กลัวถูกจับ
- ตำรวจจับกุมหนุ่มคนนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่การสืบสวนไม่จบแค่นั้น หลังพบว่า เขาชอบโพสต์ภาพอวดความร่ำรวย จนนำไปสู่การตรวจสอบทรัพย์สินของพ่อของเขา และเจ้าหน้าที่อีกหลายร้อยคน
- คดีของชายคนนี้จุดกระแสความไม่พอใจข้าราชการอวดรวยขึ้นในอินโดนีเซีย ทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก บางคนถึงขั้นถูกพักงาน
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอินโดนีเซีย โดยจุดเริ่มต้นมาจากเด็กหนุ่มวัยอายุเพียง 17 ปีคนหนึ่ง ถูกลูกชายของเจ้าหน้าที่ภาษีระดับกลาง ทำร้ายร่างกายจนอาการโคม่า
เหตุทำร้ายร่างกายที่ว่าถูกบันทึกวิดีโอเอาไว้ได้ ก่อนจะกลายเป็นไวรัลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ในเวลาไม่นาน แสดงให้เห็นเด็กหนุ่มนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นถนน ในขณะที่ชายอีกคนกำลังเตะและกระทืบร่างของเขา พร้อมกับมีเสียงของชายคนนี้ประกาศกร้าวว่า “ต่อให้มีลูกของใครสักคนตาย ฉันก็ไม่กลัวหรอก เอาเลยไปแจ้งตำรวจเลย!”
แต่ดูเหมือนอะไรๆ จะไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ตำรวจใช้เวลาไม่นานในการตามจับกุมตัวเขา และพบด้วยว่าชายวัย 20 ปีคนนี้ ชอบโพสต์รูปอวดความร่ำรวยบนโซเชียลมีเดีย นำไปสู่การตรวจสอบวินัยและการจับกุมตัวพ่อของเขา นอกจากนั้นยังขยายการสืบสวนจนพบข้าราชการหลายพันคนที่ร่ำรวยผิดปกติ
จุดเริ่มต้นสโนว์บอลเอฟเฟกต์
เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นหลังจาก นายมาริโอ แดนดี ซาตริโย นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 20 ปี ได้ยินข่าวซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ว่า นายคริสตาลิโน ดาวิด โอโซรา วัยรุ่นอายุ 17 ปี ปฏิบัติไม่ดีต่อแฟนสาวของเขา มาริโอจึงพาพวกไปทำร้ายคริสตาลิโน จนกลายเป็นคลิปวิดีโอไวรัลบนโลกออนไลน์
ตำรวจใช้เวลาไม่นานก็ตามจับกุมมาริโอได้ ในขณะที่ชาวเน็ตก็ออกมาขุดคุ้ยประวัติของชายฝีปากกล้าคนนี้และว่า บนอินสตาแกรมของเขามีรูปมากมายที่แสดงให้เห็นการใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย รวมถึงรูปที่เขาขับรถอเนกประสงค์ จี๊ป รูบิคอน ซึ่งมีราคากว่า 1.2 พันล้านรูเปียห์ (ราว 2.7 ล้านบาท) และขี่มอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสันด้วย
ต่อมาจึงมีการเปิดเผยว่า มาริโอเป็นลูกชายของเจ้าหน้าที่สำนักงานภาษีคนหนึ่งในจาการ์ตา โดยที่ นางศรี มุลยานี อินทราวาตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย ออกมาประณามเหตุทำร้ายร่างกาย และบอกกับสื่อว่า เธอสั่งให้มีการตรวจสอบวินัยภายในหน่วยงานของเธอ และพบข้าราชการจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน
ในงานแถลงข่าวเมื่อเดือนมีนาคม นางมุลยานี ระบุว่า มีลูกจ้างในกระทรวงของเธอถึง 964 คน ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า มีทรัพย์สินไม่สอดคล้องกับระดับเงินได้ แต่ไม่แจกแจงว่ามีใครบ้าง และจะดำเนินการลงโทษอย่างไร
ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการปราบปรามการคอร์รัปชันของอินโดนีเซีย (KPK) ก็จับกุมตัว นายราฟาเอล อาลุน ตรีซัมโบโด ผู้เป็นพ่อของมาริโอ หลังจากสืบสวนนานหลายสัปดาห์แล้วพบว่า เขาสมรู้ร่วมคิดกับที่ปรึกษาภาษีอากร เพื่อเพิ่มความร่ำรวยของตัวเอง
ด้าน นายมาห์ฟุด เอ็มดี รัฐมนตรีช่วยฝ่ายกิจการความมั่นคง, กฎหมาย และการเมือง และเป็นประธานคณะกรรมาธิการความร่วมมือแห่งชาติเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับการฟอกเงิน กล่าวในการประชุมรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า มีข้าราชการในกระทรวงการคลัง 491 คน เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน “จำนวน 491 คน นี่ไม่ใช่แค่ ราฟาเอล (ตรีซัมโบโด) แล้ว แต่มันมีเครือข่ายอยู่ในนั้น”
...
ลูกก่อเรื่อง-พ่อซวยไปด้วย
ก่อนเกิดคดีนี้ นายตรีซัมโบโดเป็นเจ้าหน้าที่ระดับกลางของสำนักงานภาษีสังกัดกระทรวงการคลังแห่งอินโดนีเซีย และเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีการเลี่ยงภาษี แต่หลังจากลูกชายของเขาถูกจับ ตัวเขาก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งในเดือนมีนาคม ฐานครอบครองทรัพย์สินที่ไม่มีการสำแดง และรายงานมูลค่าทรัพย์สินของตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง
นายฟีร์ลี บาฮูรี หัวหน้าของ KPK เปิดเผยในงานแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนยึดเงินต่างประเทศจากตู้เซฟของนายตรีซัมโบโดได้ถึง 3.23 หมื่นล้านรูเปียห์ และเขาถูกกล่าวหาว่า รับเงินให้เปล่าจากผู้จ่ายภาษี เพื่อตอบแทนที่เขาเข้าไปยุ่งกับรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี
เจ้าหน้าที่ยังยึดของใช้หรูหราราคาแพง เช่น กระเป๋าหรูหลายสิบใบ, จักรยานยนต์, เครื่องเพชร และเงินสดจำนวนหนึ่ง จากบ้านของเขาในย่านคนรวย ตอนใต้ของจาการ์ตาด้วย
การสืบสวนพบอีกว่า นายตรีซัมโบโดมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึง 2.4 หมื่นล้านรูเปียห์ภายในเวลา 8 ปี นับตั้งแต่เขาเริ่มรายงานจำนวนทรัพย์สินให้ทางการทราบ โดยเพิ่มจากราว 2 หมื่นล้านรูเปียห์ในปี 2554 เป็น 4.4 หมื่นล้านรูเปียห์ในปี 2562 ก่อนจะขยับเป็น 5.5 หมื่นล้านรูเปียห์ในปี 2563 เกือบเท่ากับทรัพย์สินของรัฐมนตรีการคลัง ซึ่งแจ้งไว้ที่ 5.8 หมื่นล้านรูเปียห์อยู่แล้ว
แต่ที่ต่างกันก็คือ นางมุลยานีเคยทำงานในตำแหน่งระดับสูงมามากมาย ทั้งเป็นรัฐมนตรีมานานกว่า 12 ปี และเคยเป็นผู้อำนวยการบริหารของธนาคารโลกในสหรัฐฯ
นอกจากนั้น ศูนย์วิเคราะห์และรายงานด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน (PPATK) หน่วยงานรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องความเคลื่อนไหวทางการเงินของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า นายตรีซัมโบโดกับครอบครัว มีส่วนพัวพันกับการทำธุรกรรมน่าสงสัย เกี่ยวข้องกับเงินกว่า 5 แสนล้านรูเปียห์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วย
ประชาชนสุดทนข้าราชการอวดรวย
คดีของนายตรีซัมโบโด ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วอินโดนีเซีย เนื่องจากมันเกิดในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเส้นตายการยื่นข้อมูลเพื่อเสียภาษีของประชาชน ในขณะเดียวกัน กรณีการอวดร่ำอวดรวยของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ก็เริ่มถูกนำมาแฉบนโลกออนไลน์มากขึ้น ยังกระตุ้นความโกรธของประชาชนขึ้นไปอีก
เมื่อสัปดาห์ก่อน กระทรวงมหาดไทยเรียกตัวนาย เอสเอฟ ฮาริยานโต เลขาธิการบริหารจังหวัดเรียวเข้าพบ หลังมีภาพภรรยาของเขาถ่ายคู่กับของใช้ฟุ่มเฟือยมากมายถูกแชร์ต่อๆ กัน บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ในเดือนมีนาคม ซึ่งนายฮาริยานโตแก้ตัวว่า ของแบรนด์เนมเหล่านั้นเป็นของที่ถูกยึดมา ไม่ใช่ของภรรยา และมีมูลค่าเพียง 2-5 ล้านรูเปียห์ ไม่ใช่หลายร้อยล้านตามที่แชร์กันบนโลกออนไลน์
แต่มีชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็นว่า ของที่นายฮาริยานโตเอามาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู ไม่เหมือนกับในภาพที่กลายเป็นไวรัล นอกจากนั้นรูปที่ลูกสาวของเขาจัดงานฉลองวันเกิดอายุ 17 ปีที่โรงแรมหรู ริตซ์-คาร์ลตัน ก็กลายเป็นไวรัลเช่นกัน ซึ่งคราวนี้นายฮาริยานโตแก้ตัวว่า งานไม่ได้จัดที่โรงแรมตามที่ชาวเน็ตอ้าง แต่จัดในร้านที่มีชื่อ ริตซ์ คาร์ลตัน เหมือนกันต่างหาก
อีกกรณีหนึ่งที่เพิ่งกลายเป็นกระแสเมื่อสัปดาห์ก่อนคือ กรณีของ นายมูฮัมหมัด ริซกี อาลัมซียาห์ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการด้านการคมนาคมทางทะเล สังกัดกระทรวงคมนาคม โดยเขาถูกทางกระทรวงสั่งพักงานชั่วคราวเพื่อรอการสืบสวน หลังรูปการใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยของภรรยาของเขาถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์
หนึ่งในรูปดังกล่าวแสดงให้เห็นภรรยาของนายอาลัมซียาห์ ถ่ายคู่กับกระเป๋าหรู พลางจิบเครื่องดื่มบนที่นั่งเครื่องบินชั้นบิสซิเนสคลาส และมีรูปอีกมากมายที่เธอถ่ายคู่กับกระเป๋าแบรนด์เนมขณะอยู่ในต่างประเทศ หรืออยู่บนรถยนต์ แต่นายอาลัมซียาห์แจ้งต่อทางการว่า เขามีทรัพย์สินเพียง 1.48 พันล้านรูเปียห์ (ราว 3.35 ล้านบาท) เท่านั้น.
ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี
ที่มา : cna , voi
...