การปะทะระหว่างกองกำลังฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ชายแดน ทำให้ชาวบ้านพม่ากว่า 10,000 อพยพเข้าไทยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

สำนักข่าว บีบีซี รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ไทยว่า มีชาวเมียนมากว่า 10,000 คนอพยพจากเมืองฉ่วย ก๊กโก (Shwe Kokko) เข้าสู่ประเทศไทย เพื่อหลบหนีการต่อสู้รุนแรงระหว่างกองทัพรัฐบาลกับ กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อย ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา (5 เม.ย. 2566)

นี่นับเป็นหนึ่งในการอพยพของผู้คนในคราวเดียวมากที่สุดที่เกิดขึ้นในเมียนมา นับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อกุมภาพันธ์ 2564 โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลทหารล้มเหลวในการรักษาอำนาจในพื้นที่หลายส่วนของประเทศ และต่อสู้กับกองกำลังต่อต้านรัฐประหาร หรือกลุ่ม PDS กับกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยต่างๆ เรื่อยมา

ตามรายงานของสหประชาชาติ ชาวเมียนมาหลายพันคนเสียชีวิตในเหตุความรุนแรงนับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร ขณะที่ชาวบ้านราว 1.4 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น ประชากรกว่า 1 ใน 3 ของประเทศต้องการความช่วยเหลือ

การต่อสู้ครั้งล่าสุดปะทุขึ้นหลังจากกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) กับกลุ่มติดอาวุธพันธมิตร เปิดฉากโจมตีค่ายทหารใกล้เมืองฉ่วย ก๊กโก เมื่อวันพุธ ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 80 ศพแล้ว กลุ่ม KNLA ยังปิดถนนหลวงเชื่อมระหว่างเมืองเมียวดีกับเมืองกอกะเร็ก (Myawaddy-Kawkareik) ตลอด 2 สัปดาห์ข้างหน้าด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมใน อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด ของไทย ซึ่งติดกับชายแดนเมียนมา ออกมาร้องขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากจำนวนผู้อพยพจำนวนมากเข้ามาพักอาศัยตามโรงเรียน, วัดต่างๆ และสวนยาง

นาย Kay Thi Htwe อาสาสมัครชาวเมียนมาที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.แม่สอด บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ในระยะยาว พวกเขาต้องการของบริจาคมากกว่านี้ เพราะแค่เฉพาะวัดที่เขาประจำการอยู่ก็มีผู้ลี้ภัยกว่า 500 คนแล้ว

...

ที่มา : bbc