IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ราว 3% เท่านั้นไปตลอด 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 33 ปี ท่ามกลางแรงช็อกจากโควิด และสงครามยูเครน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2566 ว่า น.ส.คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ราว 3% ไปตลอด 5 ปีข้างหน้า ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2533
น.ส.จอร์เจียวากล่าวก่อนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนที่การประชุมประจำปีของ IMF จะเริ่มขึ้นว่า หนทางข้างหน้านั้นขรุขระ และเต็มไปด้วยหมอกปกคลุม พร้อมเตือนว่าความร่วมมือกันเพื่อจัดการปัญหาต่างๆ จะกลายเป็นเรื่องยากขึ้น
เธอยังเรียกร้องให้ชาติต่างๆ ช่วยเหลือประเทศที่มีรายได้น้อยมากขึ้น “สำหรับสมาชิกครอบครัวโลกที่อ่อนแอที่สุดของเรา ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากประเทศที่มั่งคั่งกว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก” นอกจากนั้น น.ส.จอร์เจียวา ยังขอให้นานาประเทศเพิ่มเงินทุนให้แก่ IMF ซึ่งคอยปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ประเทศที่กำลังลำบาก
ทั้งนี้ คาดกันว่า IMF จะต้องเผชิญกับคำขอกู้เงินหรือปรับโครงสร้างหนี้ระลอกใหญ่ อันมีสาเหตุจากแรงช็อกจากการระบาดของไวรัสโควิด-19, สงครามในยูเครน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น
เมื่อปีก่อน เศรษฐกิจโลกเติบโตเพียง 3.4% ลดลงจากเมื่อปี 2564 เกือบครึ่ง และต่ำความค่าเฉลี่ยการเติบโตตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 3.8% โดยการชะลอตัวยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ แม้ว่าตลาดแรงงานในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ จะกลับมาแข็งแกร่ง
IMF คาดว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 จะต่ำกว่า 3% เล็กน้อย โดยจีนกับอินเดียจะส่งผลต่อการเติบโตมากกว่าครึ่ง ขณะที่ ประเทศพัฒนาแล้วราว 90% จะมีการเติบโตที่ลดลง สะท้อนถึงผลกระทบจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น หลังธนาคารกลางของหลายประเทศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะยาน
...
ส่วนประเทศรายได้ต่ำ ต้นทุนการกู้ยืมกลับสูงขึ้นในช่วงที่ความต้องการสินค้าส่งออกของพวกเขาอ่อนแอพอดี สร้างความเสียหายอย่างหนัก ความยากจนและความหิวโหยในประเทศเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้นไปอีก กลายเป็นเทรนด์อันตรายที่เริ่มขึ้นจากวิกฤติโควิด-19
อย่างไรก็ตาม น.ส.จอร์เจียวายังคงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของประเทศต่างๆ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อรับมือเงินเฟ้อ ตราบใดที่แรงกดดันทางการเงินยังถูกจำกัดอยู่
ที่มา : bbc