ประธานาธิบดีฝรั่งเศสหารือกับ สี จิ้นผิง ผู้นำประเทศจีน ในการเยือนกรุงปักกิ่ง โดยฝากนายสีดึงสติรัสเซีย เพื่อยุติสงครามในยูเครน
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2566 ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเยือนประเทศจีน ได้ร่วมชมขบวนสวนสนามของกองทัพจีนที่กรุงปักกิ่งในช่วงบ่าย ก่อนจะเข้าพบปะพูดคุยเป็นการลับกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทั้งฝรั่งเศสและจีนต่างบอกว่า เป็นการหารือที่ตรงไปตรงมาและเป็นมิตร
ในการแถลงข่าวหลังจากนั้น นายมาครงบอกกับผู้นำจีนว่า “ผมรู้ว่าผมหวังพึ่งคุณได้ในการดึงสติของรัสเซียกลับมา และนำพาทุกฝ่ายกลับคืนสู่โต๊ะเจรจา” ขณะที่นายสีกล่าวว่า จีนกับฝรั่งเศสมีความสามารถและความรับผิดชอบที่จะต้องรักษาความสงบของโลก
“จีนอุทิศตัวเพื่อการเจรจาอย่างสันติ และหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการเมือง” นายสีกล่าว และเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติอดทนอดกลั้น พร้อมย้ำด้วยว่า อาวุธนิวเคลียร์ไม่ควรถูกนำมาใช้ในความขัดแย้งนี้ หลังจากเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียประกาศแผนขนอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีไปประจำการในเบลารุส
ด้านมาครงกล่าวว่า เราไม่สามารถมียุโรปที่ปลอดภัยและสงบสุขได้ตราบใดที่ยูเครนยังถูกยึดครอง และเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ที่สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ละเมิดกฎบัตรของตัวเอง
ส่วนนาง เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเดินทางมาเยือนจีนด้วย จัดงานแถลงข่าวในเวลาต่อมา โดยเธอเน้นย้ำว่า หากจีนจัดหาอาวุธให้รัสเซีย จะเป็นการทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับจีน
เธอคาดหวังด้วยว่า ปักกิ่งจะสนับสนุนสันติภาพอย่างเป็นธรรม (just peace) และเธอสนับสนุนแผนการสันติภาพของนาย โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่เรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังออกไปทั้งหมด อย่างเต็มที่
...
ทั้งนี้ การเดินทางเยือนจีนของผู้นำฝรั่งเศสกับผู้นำสหภาพยุโรปได้รับการจับตามองอย่างมาก เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างชาติตะวันตกกับแดนมังกรเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า จีนเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลลัพธ์ของสงครามในยูเครน
นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียยอมรับในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนมีทั้งอำนาจและประสิทธิภาพสูงมากในการเป็นตัวกลางเจรจา แต่สถานการณ์กระหว่างพวกเขากับยูเครนนั้นซับซ้อน ทำให้จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความหวังที่จะยุติเรื่องราวอย่างสันติ นายเปสคอฟเสริมด้วยว่า รัสเซียไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำสงครามต่อไป
ที่มา : bbc