• อิสราเอลกำลังเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ของประเทศ เมื่อประชาชนจำนวนมาลุกฮือต่อต้านแผนปฏิรูประบบยุติธรรมที่รัฐบาลพยายามผลักดันมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

  • นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ต้องการจำกัดอำนาจของฝ่ายตุลาการ อ้างว่าเพื่อหยุดการใช้อำนาจเกินขอบเขตของศาลต่างๆ และชนะการเลือกตั้งมาเพราะเรื่องนี้

  • ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เนทันยาฮูทำเหลือทางเลือกไม่มากนัก ไม่ว่าจะเดินหน้าหรือล้มเลิกการปฏิรูป ก็ล้วนแต่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อรัฐบาลของเขาทั้งสิ้น

อิสราเอลกำลังเผชิญหนึ่งในวิกฤติภายในประเทศครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อประชาชนจำนวนมากลุกฮือประท้วงตามท้องถนน หรือหยุดงาน เพื่อต่อต้านแผนปฏิรูประบบยุติธรรมของรัฐบาล จนทำให้การขับเคลื่อนประเทศแทบจะหยุดนิ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และรัฐบาลก็ต้องยอมระงับแผนไว้ชั่วคราว

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีคนใหม่แต่หน้าเก่าของอิสราเอลต้องการจำกัดอำนาจของฝ่ายตุลาการ ตามสัญญาที่ให้ไว้กับพรรคฝ่ายขวาจัดที่เขาถึงมาร่วมรัฐบาล แต่แผนปฏิรูปของเขาถูกโจมตีอย่างหนักว่าจะทำลายอิสระของระบบยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ฝ่ายค้านประณามว่าเป็นความพยายามก่อรัฐประหาร

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เนทันยาฮูทำเหลือทางเลือกไม่มากนัก หากเลือกเดินหน้าปฏิรูปต่อ ก็เสี่ยงทำให้การประท้วงบานปลายรุนแรงขึ้น แต่ถ้าเลือกล้มเลิกการปฏิรูป ก็จะเกิดปัญญากับพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายขวาจัด ที่รัฐมนตรีหลายคนขู่ว่าจะลาออก ทำให้รัฐบาลผสมพังทลาย ทำให้เนทันยาฮูจำเป็นต้องซื้อเวลาเพื่อเจรจากับทุกฝ่ายให้ได้

...

เกิดอะไรขึ้นในอิสราเอล?

นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2566 เป็นต้นมา อิสราเอลก็ต้องเผชิญการประท้วงใหญ่เป็นรายสัปดาห์ โดยประชาชนที่ต่อต้านแผนปฏิรูประบบตุลาการ ซึ่งจะลดอำนาจของศาลฎีกาลง เมื่อเวลาผ่านไปขนาดของการประท้วงก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนนับแสนมารวมตัวกันแน่นบนท้องถนนของเมืองเทลอาวิฟ ศูนย์กลางการค้าของประเทศ และตามเมืองอื่นๆ

ผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลล้มเลิกการปฏิรูปที่ว่า และให้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ลาออกจากตำแหน่ง และแน่นอนว่านักการเมืองฝ่ายค้าน เป็นหัวหอกจัดการประท้วง แต่ความไม่พอใจลุกลามข้ามจากฟากการเมืองไปยังฝ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะกองทัพ ทหารกำลังสำรองจำนวนมากประท้วงด้วยการไม่ยอมมารายงานตัว ส่อทำให้เกิดวิกฤติด้านความมั่นคงของชาติ

รัฐบาลพยายามตอบโต้ผู้ประท้วงโดยอ้างว่า ประชาชนโหวตเลือกพวกเขาเข้ามาบริหารเพราะคำสัญญาเรื่องการปฏิรูประบบตุลาการ ที่รัฐบาลมองว่าเป็นสถาบันเอียงซ้ายที่อยู่ในมือของกลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และว่าการพยายามขัดขวางพวกเขาจากการทำให้ฝ่ายตุลาการรับผิดชอบความผิดของตัวเองมากขึ้นนั้น ไม่เป็นประชาธิปไตย

จนกระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ 27 มี.ค. 2566 ที่ผ่านมา นายเนทันยาฮูก็ตัดสินใจประกาศเลื่อนการผ่านร่างกฎหมายสำคัญในแผนปฏิรูปของเขาออกมาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนจนกว่าจะถึงการประชุมสภาสมัยหน้า ให้ทุกฝ่ายมีเวลาเจรจาหารือกัน เพื่อให้ได้ความเห็นชอบเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยเนทันยาฮูยืนยันว่า จะไม่ล้มเลิกการปฏิรูปแต่ร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

กฎหมายปฏิรูปมีปัญหาตรงไหน?

กฎหมายปฏิรูประบบตุลาการของอิสราเอลมีเนื้อหาเกี่ยวกับอำนาจของรัฐบาลกับอำนาจของศาลที่สามารถวินิจฉัย หรือถึงขั้นล้มล้างการตัดสินใจของรัฐบาลได้ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มผู้สนับสนุนระบุว่า การปฏิรูปนี้ควรเกิดขึ้นนานแล้ว อย่างไรก็ตาม แผนของเนทันยาฮูกลับไปไกลกว่าที่หลายคนคาดคิด

ภายในแผนของรัฐบาล อำนาจของศาลฎีกา หรือศาลสูงสุด ในการทบทวนหรือตีตกร่างกฎหมายจะถูกทำให้อ่อนลง เพียงแค่รัฐสภาโหวตได้เสียงข้างมากก็สามารถลบล้างการตัดสินใจของศาลได้

นอกจากนั้น รัฐบาลยังจะเพิ่มจำนวนผู้แทนของพวกเขาในคณะกรรมการเลือกผู้พิพากษา ทำให้รัฐบาลจะมีอำนาจเด็ดขาดในการกำหนดตัวผู้พิพากษาตัดสินคดีในแต่ละศาล รวมถึงศาลสูงสุด

และรัฐมนตรีต่างๆ ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของที่ปรึกษาทางกฎหมายของตัวเอง ซึ่งชี้นำโดยอัยการสูงสุด จากเดิมที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องปฏิบัติตาม

ขณะที่หนึ่งในการปฏิรูปผ่านร่างจนกลายมาเป็นกฎหมายใหม่แล้ว คือ การยกเลิกอำนาจของอัยการสูงสุดในการประกาศว่านายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่ง ไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ท่ามกลางความคาดหมายว่า อัยการสูงสุดกำลังจะมีประกาศดังกล่าวต่อนายเนทันยาฮู เนื่องจากมีการขัดผลประโยชน์กันระหว่างการปฏิรูปและการไต่สวนคดีของเขาที่ยังคงดำเนินอยู่

ฝ่ายตรงข้ามของนายเนทันยาฮูโจมตีว่า การปฏิรูปจะบ่อนทำลายประชาธิปไตยของประเทศอย่างรุนแรง ด้วยการทำให้ระบบยุติธรรมอ่อนแอลง ส่งผลต่อบทบาทในการควบคุมการใช้อำนาจของรัฐบาลก่อนๆ ส่วนนักวิจารณ์ระบุว่า การปฏิรูปนี้จะคุ้มครองนายเนทันยาฮู ซึ่งกำลังถูกดำเนินคดีข้อหาคอร์รัปชัน และช่วยรัฐบาลผ่านกฎหมายโดยไม่มีอะไรมาขวาง

...

ทางเลือกต่อไปของเนทันยาฮู

ตอนนี้นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเหลือทางเลือกไม่มากนัก นักวิเคราะห์มองว่า ถ้าเขาเลือกเข้าข้างพรรคร่วมรัฐบาลของเขา และโหวตผ่านร่างกฎหมายปฏิรูป การประท้วงตามท้องถนนและการหยุดงานจะดำเนินต่อไป แต่หากเขาเหยียบเบรก รัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดของเขา ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลต้องผ่านกฎหมายปฏิรูปให้ได้ ก็อาจถอนการสนับสนุน ทำให้รัฐบาลผสมของเนทันยาฮูล่มสลาย

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังถูกกดดันอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่คอยย้ำเตือนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เนทันยาฮูกำลังทำให้ชื่อเสียงของอิสราเอลในฐานชาติประชาธิปไตยแห่งเดียวในภูมิภาคตกอยู่ในอันตราย

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูอาจใช้แรงกดดันจากสหรัฐฯ เป็นข้ออ้างในการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายขวาจัด ให้ยอมรับกฎหมายปฏิรูปที่มีความรุนแรงน้อยลง หรือเขาอาจจะชะลอการผ่านกฎหมายต่อไปอีกระยะหนึ่งก็เป็นได้

นายอาวิฟ บุชินสกี อดีตที่ปรึกษาฝ่ายสื่อของนายเนทันยาฮู ซึ่งรับใช้นายกรัฐมนตรีผู้นี้มา 9 ปี กล่าวว่า “ผมคิดว่าเนทันยาฮูจะพยายามหนีจากเรื่องนี้ โดยหวังว่าอะไรๆ จะค่อยๆ ผ่อนคลายลง” นายบุชินสกีย้ำด้วยว่า จนถึงตอนนี้ รัฐมนตรีที่ขู่จะลาออกหากฎหมายปฏิรูปไม่เดินหน้า ก็ยังอยู่ในตำแหน่งครบทุกคน

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า เนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา จะรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ได้อย่างไร





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnn , bbc

...