โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายแบนปืนไรเฟิลจู่โจม หลังคนร้ายใช้อาวุธชนิดนี้ก่อเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมในเมืองแนชวิลส์
เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มี.ค. 2566 ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดธุรกิจสตรี ของสำนักงานบริหารธุรกิจขนาดเล็ก (SBA) ที่ทำเนียบขาว โดยเขาใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้สภาคองเกรสสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายแบนอาวุธจู่โจม (assault weapon) หลังเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี จนมีผู้เสียชีวิต 6 ศพ
ไบเดนกล่าวว่า เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นซึ่งมีเด็กเสียชีวิตด้วย 3 ศพนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ใจสลาย และเป็นฝันร้ายที่สุดของครอบครัวใดๆ และว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำเพื่อหยุดเหตุความรุนแรงจากอาวุธปืน “เราต้องทำมากกว่านี้เพื่อปกป้องโรงเรียนของเรา” และ “มันถึงเวลาที่เราจะต้องเริ่มก้าวไปข้างหน้าบ้างแล้ว”
เหตุกราดยิงเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.13 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่โรงเรียนประถม ‘Covenant School’ ซึ่งสอนนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถม 6 โดยคนร้ายเป็นหญิงชาวเมืองแนชวิลล์อายุ 28 ปี บุกเข้าไปในโรงเรียนพร้อมปืนไรเฟิลจู่โจม 2 กระบอกกับปืนพกอีก 1 กระบอก ก่อนที่เธอจะถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมใน 14 นาทีต่อมา
ก่อนหน้านี้นางคารีน ฌอง-ปิแอร์ เลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบข่าว ก็ออกมาเรียกร้องให้เหล่าสมาชิกสภา รวมถึงพรรครีพับลิกัน ผ่านร่างกฎหมายความปลอดภัยอาวุธปืน โดยเธอยกคำพูดของนายไบเดนที่กล่าวในพิธีแถลงนโยบายเมื่อเดือนก่อน ขอให้สภาคองเกรสแก้ปัญหาความรุนแรง
...
“ต้องมีเด็กถูกฆาตกรรมอีกกี่คนก่อนที่รีพับลิกันในคองเกรสจะก้าวขึ้นมาและผ่านกฎหมายแบนอาวุธจู่โจม เพื่อปิดช่องโหว่ในระบบการตรวจสอบภูมิหลังของเรา หรือกำหนดให้ต้องเก็บปืนอย่างปลอดภัย? เราต้องทำอะไรสักอย่าง” นางฌอง-ปิแอร์กล่าว
ด้านนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครต กล่าวในวุฒิสภา แสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมในแนชวิลล์ และขอบคุณผู้ที่เข้าไประงับเหตุเป็นกลุ่มแรก อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เอ่ยถึงเลยว่า สภาจะมีความเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับกฎหมายควบคุมปืนหรือไม่
ที่มา : cnn