วลาดิเมียร์ ปูติน ยืนยันรัสเซียอาจถูกบีบให้ตอบโต้ หากสหราชอาณาจักรส่งกระสุนปืนใหญ่ที่ทำจากแร่ยูเรเนียมเสื่อมสภาพ ให้แก่ยูเครน
เมื่อวันอังคารที่ 21 มี.ค. 2566 ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียอาจถูกบีบให้ตอบโต้ หากสหราชอาณาจักร (UK) ส่งกระสุนปืนใหญ่หัวยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้ยูเครน พร้อมกล่าวหาชาติตะวันตกว่า พยายามนำอาวุธที่มีองค์ประกอบนิวเคลียร์ไปใช้
คำพูดของปูตินเกิดขึ้นหลังจาก UK ยอมรับว่า พวกเขาเตรียมส่งกระสุนเจาะเกราะ ซึ่งหัวกระสุนมีส่วนประกอบของแร่ยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้แก่ยูเครน พร้อมกับรถถัง ชาลเลนเจอร์ 2 โดยยืนยันว่า มีความเสี่ยงจากกัมมันตภาพรังสีต่ำ
กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรระบุในแถลงการณ์ว่า ยูเรเนียมเสื่อมสภาพเป็นส่วนประกอบมาตรฐาน และไม่เกี่ยวอะไรกับอาวุธนิวเคลียร์ และกองทัพอังกฤษก็ใช้ยูเรเนียมเสื่อมสภาพในการทำกระสุนปืนใหญ่เจาะเกราะมานานหลายทศวรรษแล้ว รัสเซียรู้เรื่องนี้ดีแต่ยังพยายามจงใจให้ข้อมูลผิดๆ
“ผลการศึกษาอิสระของนักวิทยาศาสตร์จากหลายกลุ่มเช่น Royal Society ประเมินแล้วว้า ผลกระทบใดๆ ต่อคนและสิ่งแวดล้อมจากการใช้กระสุนยูเรเนียมเสื่อมสภาพนั้นน่าจะอยู่ในระดับต่ำ” แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ ยูเรเนียมเสื่อมสภาพมีความหนาแน่นสูงมาก น้ำหนักมากกว่าตะกั่วที่มีขนาดเท่ากัน เมื่อนำมาทำหัวกระสุนจึงมีความต้านทานของอากาศน้อยกว่า และสามารถทะลวงเข้าไปในวัสดุได้ดีเนื่องจากจุดที่ตกกระทบมีแรงกดดันสูงกว่า
กระสุนที่ยิงออกไปยังมักจะระเบิดออก เนื่องจากมีคุณสมบัติในการลุกไหม้ด้วยตัวเอง (pyrophoric) กลายเป็นไอความร้อนสูงที่มีทั้งพิษและกัมมันตภาพรังสีเล็กน้อย โดยรายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติปี 2565 ชี้ว่า พิษดังกล่าวสามารถทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนัง, ไตล้มเหลว และเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
...
ด้านนาย เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวว่า การส่งกระสุนหัวยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้ยูเครน หมายความว่า UK ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เหมือนกับเมื่อปี 2542 ที่ยูโกสลาเวีย และไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันจะจบไม่สวยสำหรับฝ่ายลอนดอน
ต่อมาเมื่อช่วงค่ำว่าอังกฤษ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า พวกเขาจะไม่ส่งเครื่องกระสุนใดๆ ที่มีส่วนประกอบของยูเรเนียมเสื่อมสภาพให้แก่ยูเครน
ที่มา : bbc