ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปเห็นชอบแผนการมอบกระสุนปืนใหญ่อย่างน้อย 1 ล้านลูก มูลค่ากว่า 2 พันล้านยูโรให้แก่ยูเครนตลอด 1 ปีข้างหน้า หลังเคียฟขอกระสุนเพิ่ม
เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มี.ค. 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจาก 17 ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และนอร์เวย์ ร่วมการประชุมในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และลงนามข้อตกลงจัดหาเครื่องกระสุนมูลค่ากว่า 2 พันล้านยูโร (ราว 7.3 หมื่นล้านบาท) โดยจะจัดหากระสุนปืนใหญ่ให้ยูเครนอย่างน้อย 1 ล้านลูกตลอด 1 ปีข้างหน้า
แผนการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกชาติสมาชิก EU จะระดมทุนจำนวน 1 พันล้านยูโร เพื่อจัดหาเครื่องกระสุนที่พวกเขามีอยู่ในสต๊อกอยู่แล้ว เพื่อมอบให้แก่ยูเครนภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะที่ส่วนที่ 2 พวกเขาจะระดมทุนอีก 1 พันล้านดอลลาร์ ร่วมกันจัดซื้อกระสุนปืนขนาด 155 มม. ให้ยูเครน
EU หวังว่า คำสั่งซื้อร่วมกันของพวกเขาจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทด้านการทหารในยุโรป เพิ่มกำลังผลิตกระสุนมากขึ้น โดยหวังว่าจะมีการลงนามสัญญาซื้อขายกันในช่วงต้นเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อตกลงนี้ประเทศที่ลงนามจะต้องแบ่งปันข้อมูลเครื่องกระสุนในคลังของพวกเขา ซึ่งตามปกติจะเก็บเป็นความลับ ท่ามกลางคำถามที่ว่า ชาติสมาชิก EU จะสามารถมอบกระสุนในคลังแสงของพวกเขาออกมาได้มากเท่าใด โดยที่ไม่ทำให้ประเทศของตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยง
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลยูเครนแจ้งต่อสหภาพยุโรปว่า พวกเขาต้องการกระสุนปืนใหญ่เดือนละ 350,000 ลูก เพื่อต้านทานการรุกรานของกองทัพรัสเซีย และเพื่อโจมตีตอบโต้ โดยนาย ดีมีโตร คูเลบา รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของยูเครน กล่าวชื่นชมการตัดสินใจของ EU ว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกม และเป็นสิ่งที่ยูเครนกำลังต้องการ
...
นาย โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เพิ่งออกมาเตือนเมื่อไม่นานมานี้ว่า การจัดหากระสุนปืนใหญ่ให้ยูเครนเป็นสิ่งจำเป็น มิเช่นนั้นยูเครนอาจแพ้สงคราม เขาบอกอีกว่า รัสเซียยิงปืนใหญ่วันละ 50,000 ลูก อุปทานของยูเครนต้องยกระดับไปอยู่จุดเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขากำลังเตรียมแพ็กเกจช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนก้อนใหม่ มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงกระสุนสำหรับเครื่องยิงจรวด ‘ไฮมาร์’, กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. และปืนใหญ่ฮาวอิตเซอร์
ที่มา : bbc