IMF อนุมัติขั้นสุดท้าย ให้ศรีลังกากู้เงินจำนวน 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้ว เพื่อนำมากู้สถานการณ์ในประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุด
เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มี.ค. 2566 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) อนุมัติขั้นสุดท้ายให้ศรีลังกากู้เงินจำนวน 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.89 หมื่นล้านบาท) แล้ว หลังจากเจรจามานานเกือบ 1 ปี กระทั่งพวกเขาได้รับการรับประกันทางการเงินจากเจ้าหนี้รายใหญ่ทุกเจ้ารวมถึง จีน และ อินเดีย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
นายอาลี ซาบรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของศรีลังกา บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า รัฐบาลจะระดมทุนใช้หนี้ด้วยการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจใหม่ และเปลี่ยนสายการบินแห่งชาติให้เป็นของเอกชน แต่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ศรีลังกาจะเผชิญกับเส้นทางอันยากลำบากในอนาคต
ทั้งนี้ เศรษฐกิจของศรีลังการซึ่งย่ำแย่อยู่แล้ว ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของไวรัสโควิด-19, ปัญหาราคาพลังงานพุ่งสูงสืบเนื่องจากสงครามในยูเครน, การลดภาษีตามนโยบายประชานิยม และอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงกว่า 50%
การขาดแคลนยา, เชื้อเพลิง และของใช้จำเป็นอื่นๆ ก็ผลักดันให้ค่าครองชีพในประเทศสูงขึ้นจนทำลายสถิติ ส่งผลให้เกิดการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งนำไปสู่การโค่นอำนาจรัฐบาลในปี 2565 และทำให้ศรีลังกาผิดชำระหนี้เงินกู้ต่างประเทศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อน
“เราใช้จ่ายมากกว่าที่เราหาได้ ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม มาตรการยากลำบากเหล่านี้ ซึ่งอาจไม่ได้รับความนิยมมากๆ จำเป็นต้องถูกบังคับใช้” นายซาบรีกล่าว “โชคดีที่คนส่วนใหญ่ นอกเหนือจากพวกสหภาพที่มีแรงจูงใจทางการเมือง เข้าใจในเรื่องนั้น ผมรู้ว่าพวกเขาไม่มีความสุข แต่พวกเขาก็เข้าใจว่าเราไม่มีทางเลือก”
...
อนึ่ง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ศรีลังกาออกมาตรการเก็บภาษีเงินได้จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ ในอัตรา 12.5% ถึง 36% และเพิ่มอัตราภาษีที่ต้องจ่ายสำหรับการซื้อสินค้าจะรวมถึง เชื้อเพลิงและอาหาร สวนทางกับการหั่นภาษีครั้งใหญ่ของอดีตประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษาในปี 2562 ซึ่งทำให้รัฐสูญเสียรายได้มากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
นายแอนดรูว์ วู้ด นักวิเคราะห์จากสถาบันจัดอันดับ S&P Global Ratings กล่าวว่า ศรีลังกายังต้องเดินทางอีกยาวไกล เพื่อทำให้งบดุลของรัฐบาลมั่งคง, มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพต่างประเทศ (external stability) หรือความยืดหยุ่นต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ
“เราคาดว่าเศรษฐกิจของศรีลังกาจะถดถอยอีกในปี 2566 แม้จะไม่มากเท่าเดิม ก่อนจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2567” นายวู้ดกล่าว
ที่มา : bbc