รัสเซียระดมยิงขีปนาวุธโจมตีหลายเมืองทั่วยูเครน ตั้งแต่เมืองคาร์คีฟ ไปจนถึงโอเดสซา และซิทโตเมียร์ ขณะที่สมรภูมิรบที่เมืองบักห์มุต ทั้งสองฝ่ายยังสู้กันดุเดือด

เมื่อ 9 มี.ค. 2566 สงครามยูเครนยังดำเนินไปอย่างดุเดือด ขณะเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว นับตั้งแต่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากทำสงครามยูเครนตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565 โดยกองทหารรัสเซียระดมยิงมิสไซล์ หรือขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายต่างๆ ทั่วประเทศยูเครน ไล่ตั้งแต่เมืองคาร์คีฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงเมืองโอเดสซา เมืองท่าริมฝั่งทะเลดำทางภาคใต้ และเมือง Zhytomyr (ซิทโตเมียร์) ทางภาคตะวันตกของยูเครน เมื่อตอนรุ่งเช้าของวันนี้ (9 มีนาคม2566) จนทำให้ได้ยินเสียงไซเรน เตือนภัยทางอากาศดังระงมทั่วประเทศ

มีรายงานว่าตึกหลายแห่งและโครงสร้างพื้นฐาน อย่างโรงไฟฟ้าในเมืองคาร์คีฟ ถูกมิสไซล์ที่ฝ่ายรัสเซียยิงมาโจมตี จนทำให้ไฟฟ้าดับ เพราะต้องตัดการจ่ายกระแสไฟฟ้าในหลายพื้นที่ 

พนักงานดับเพลิงยูเครน พยายามดับไฟที่ลุกไหม้รถยนต์ หลังรัสเซียยิงมิสไซล์มาโจมตีกรุงเคียฟ และหลายเมืองทั่วยูเครน เมื่อ 9 มี.ค.2566
พนักงานดับเพลิงยูเครน พยายามดับไฟที่ลุกไหม้รถยนต์ หลังรัสเซียยิงมิสไซล์มาโจมตีกรุงเคียฟ และหลายเมืองทั่วยูเครน เมื่อ 9 มี.ค.2566

...

ในขณะที่มีรายงานว่ากรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครนได้ถูกรัสเซียยิงมิสไซล์มาโจมตีด้วยเช่นกัน โดย นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวว่า พื้นที่ทางตะวันตกและตอนใต้ของกรุงเคียฟถูกโจมตี จนทำให้รถยนต์หลายคันถูกไฟไหม้

กองทหารรัสเซียระดมยิงขีปนาวุธโจมตีหลายเมืองทั่วยูเครน ขณะที่การสู้รบที่เมืองบักห์มุต ‘ประตู’ สู่ภาคตะวันออกของยูเครน ยังคงดำเนินอยู่ โดยเมืองบักห์มุต กลายเป็นศูนย์กลางการสู้รบอย่างดุเดือดของฝ่ายรัสเซียกับยูเครนมานานหลายเดือนแล้ว และรัสเซียกำลังดูเหมือนจะประสบชัยชนะในสมรภูมิรบที่เมืองบักห์มุต อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายประสบความสูญเสียอย่างหนักในการสู้รบที่นี่ ซึ่งมีรายงานว่าการสู้รบที่เมืองบักห์มุต ทำให้ทหารรัสเซีย เสียชีวิต หรือบาดเจ็บถึง 20,000 นายแล้ว

ที่มา : Aljazeera, BBC