- เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ได้ถูกขอร้องให้ออกจากตำหนักฟร็อกมอร์ คอทเทจ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานของพระราชวังวินด์เซอร์ และเป็นเพียงที่ประทับแห่งเดียวของสองพระองค์ในสหราชอาณาจักร โดยมีเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ขนย้ายข้าวของออกไป ในขณะที่กุญแจตำหนักถูกส่งถึงเจ้าของใหม่ได้แก่ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก
- การตัดสินใจนี้มีขึ้นไม่นานหลังจากเจ้าชายแฮร์รี่ได้ออกหนังสือบันทึกความทรงจำสุดฉาวที่มีชื่อว่า "สแปร์" (Spare) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีเนื้อหาพาดพิงบรรดาสมาชิกวงศ์ระดับสูงหลายพระองค์ ในทางเสื่อมเสีย ไม่ว่าจะเป็นพระราชินีคามิลลา เจ้าชายวิลเลียมมกุฎราชกุมาร และเจ้าหญิงเคท พระชายา
ก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีอื้อฉาวเมื่อทั้งสองพระองค์ใช้เงิน 2.4 ล้านปอนด์ ในการปรับปรุงภายนอก ภายในตลอดจนโครงสร้างของตำหนัก ให้ดูทันสมัยและตรงตามการใช้งานของทั้งสองพระองค์ในปี 2019 ก่อนที่จะย้ายเข้าอยู่ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้เงินก้อนนี้ ทำให้ทั้งสองพระองค์ต้องตัดสินใจจ่ายเงินคืนให้กับสำนักพระราชวัง รวมไปถึงจ่ายค่าเช่าอยู่อาศัยล่วงหน้าระยะยาวเป็นเงินก้อนโต
...
แต่ตอนนี้ หลังผ่านไปไม่ถึง 3 เดือน กษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3 พระบิดาของเจ้าชายแฮร์รี่ ทรงประกาศว่าได้ให้ครอบครัวซัสเซกซ์ย้ายออกจากที่ดินของพระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่นานหลังจากเจ้าชายแฮร์รี่ได้ออกหนังสือบันทึกความทรงจำสุดฉาวที่มีชื่อว่า "สแปร์" (Spare) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกนึกคิดแต่เพียงฝ่ายเดียวของเจ้าชายแฮร์รี่ที่มีต่อสมาชิกราชวงศ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งแน่นอนว่าได้สร้างความร้าวฉานและทำให้สมาชิกราชวงศ์หลายพระองค์เกิดความไม่พอใจ ระดับความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์อังกฤษ กับครอบครัวซัสเซกซ์ลดลงไปอยู่ที่ระดับต่ำสุดตลอดกาล
แหล่งข่าววงในระบุว่า ทั้งสองพระองค์ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการให้ย้ายข้าวของออกจากตำหนักฟร็อกมอร์ โดยไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมนอกจากว่าสถานที่แห่งนี้ต้องการผู้อยู่อาศัยรายใหม่ ในที่นี้หมายถึงเจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งข่าวนี้ทำให้ทั้งสองพระองค์ถึงกับอึ้งอย่างมาก เนื่องจากทรงให้เวลาเก็บข้าวของย้ายออกเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และต่อมาขอให้ย้ายออกก่อนถึงพระราชพิธีราชาภิเษก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้
ขณะที่ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะได้รับเชิญเข้าร่วมพระราชพิธีนี้หรือไม่ เนื่องจากทางสำนักพระราชวังจะส่งจดหมายเชิญแขกเหรื่อกว่า 2,000 คนในช่วงประมาณสัปดาห์หน้า
ตำหนักฟร็อกมอร์มีความสำคัญอย่างไร
สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ได้ทรงประทานตำหนักหลังเล็กแห่งนี้ให้เป็นของขวัญแก่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ในปี 2018 ทั้งสองพระองค์ได้สั่งให้มีการซ่อมแซมและตกแต่งใหม่ เป็นมูลค่า 2.4 ล้านปอนด์โดยใช้เงินภาษีของประชาชน ก่อนที่จะย้ายเข้าไปพำนักในปี 2019 และต่อมาได้ทรงตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่คฤหาสน์มอนเตซิโต ในแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ และได้มีการจ่ายเงินค่ารีโนเวทตำหนักแห่งนี้คืนแก่ทางสำนักพระราชวัง
ก่อนหน้าที่เจ้าชายแฮร์รี่และพระชายาจะย้ายเข้าไปพำนักอยู่ ในช่วงหลายปีก่อนหน้านั้น ตำหนักแห่งนี้เคยเป็นที่พักอาศัยของสมาชิกราชวงศ์หลายพระองค์ ตั้งแต่เจ้าหญิงยูจีน และแจ็ค บรูคส์แบงก์ พระสวามี
ตำหนักฟร็อกมอร์ สร้างขึ้นในปี 1801 ตามพระประสงค์ของพระราชินีชาร์ล็อต มูลค่า ตั้งอยู่ภายในเขตพระราชฐานของพระราชวังวินด์เซอร์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 5,089 ตารางฟุต ปัจจุบันเป็นสิ่งปลูกสร้างโบราณสถานภายใต้การพิทักษ์ระดับ 2
มีรายงานข่าวว่า เมแกนได้ติดต่อให้วิคกี้ ชาร์ลส์ นักออกแบบชื่อดังจากผลงานโซโหเฮาส์คลับเป็นคนช่วยออกแบบภายในตำหนักฟร็อกมอร์ ในปี 2019 โดยการตกแต่งภายในใหม่ครั้งล่าสุด ทำให้ตำหนักแห่งนี้มีห้องนอน และห้องเด็ก 4 ห้อง และห้องน้ำ 4 ห้อง มีสวนส้ม แปลงผัก ห้องเล่นโยคะ สภาพภายในดูมีความทันสมัยมากขึ้น
จากภาพต่างๆ ที่ได้รับการเผยแพร่ในภาพยนตร์สารคดีของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ที่ฉายทาง Netflix แสดงให้เห็นความสวยงามภายในตำหนักแห่งนี้ ซึ่งไม่ค่อยมีคนได้เห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของห้องครัวกว้างขวางที่มีโต๊ะกลางขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เป็นพื้นที่ที่ทั้งสองพระองค์มักใช้เวลาทำอาหารด้วยกัน
สถาปนิก เบนจี้ ลูอิส ที่เปิดเผยว่า การตกแต่งภายในได้รับการดูแลอย่างระมัดระวังในการสอดแทรกความเป็นสมัยใหม่แบบสไตล์อุตสาหกรรมเข้าไป โดยนับเป็นตำหนักที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับแมนชั่นหลังใหญ่มูลค่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐของทั้งสองพระองค์ในซานตาบาร์บารา สหรัฐฯ
...
ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงเสียสิทธิได้รับการอารักขาจากตำรวจอังกฤษ อันเป็นค่าใช้จ่ายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมาจากภาษีของประชาชน หลังจากตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษตั้งแต่ปี 2021
ดังนั้นเวลาเสด็จกลับไปเยือนอังกฤษ สถานที่แห่งเดียวที่มีมาตรฐานดูแลด้านความปลอดภัยสำหรับครอบครัวตามที่ทั้งสองพระองค์ต้องการคือ ตำหนักฟร็อกมอร์ คอทเทจ ซึ่งเดินเพียง 5 นาทีก็ถึงพระราชวังวินด์เซอร์ ที่มีการอารักขาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ทุกครั้งที่เสด็จจากแคลิฟอร์เนีย ไปยังอังกฤษ และพำนักที่ตำหนักฟร็อกมอร์แห่งนี้ เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกนและพระโอรสธิดา เจ้าชายอาร์ชีและลิลิเบธ จะได้รับการอารักขาจากตำรวจมหานครลอนดอนที่เชี่ยวชาญด้านการอารักขาราชวงศ์โดยเฉพาะ
แม้ว่าปกติแล้วทั้งสองพระองค์จะเดินทางไปไหนมาไหนพร้อมด้วยทีมอารักขาส่วนพระองค์ แต่ทีมของราชวงศ์ให้ความคุ้มครองที่เหนือไปอีกระดับ ด้วยการเข้าถึงข้อมูลข่าวกรองที่มีความละเอียด ซึ่งมีความจำเป็นต่อครอบครัวของพระองค์
...
ปมสาเหตุที่เป็นฟางเส้นสุดท้าย
การที่กษัตริย์ชาร์ลส์ ทรงตัดสินใจขับครอบครัวซัสเซกซ์ออกจากตำหนักฟร็อกมอร์ โดยไม่มีทางเลือกเป็นตำหนักอื่นทดแทนให้ด้วย เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับพระโอรสถึงคราวร้าวฉานอย่างหนัก ช่วงเวลาที่ข่าวปรากฏออกมายังทำให้ยากที่จะมองว่าสาเหตุไม่ได้มาจากหนังสือบันทึกความทรงจำของเจ้าชายแฮร์รี่ ที่พาดพิงถึงบรรดาสมาชิกราชวงศ์อย่างดุเดือด
ผู้ติดตามเรื่องราวราชวงศ์อังกฤษมาอย่างยาวนานมองว่า นับเป็นการตอบโต้ที่สาสมและเด็ดขาดอย่างยิ่ง เหมือนเป็นการตัดขาดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใยจากราชวงศ์
โฆษกวังบักกิงแฮมที่ไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า การที่ทรงยืนยันในจดหมายแจ้งการย้ายออก โดยไม่ได้สนใจว่าหลานอย่างอาร์ชีและลิลิเบธ จะไม่สามารถกลับมาเข้าเฝ้าได้ในอนาคต ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทรงเหลืออดกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้
นักวิเคราะห์มองว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงไม่พอพระทัยอย่างมากที่เจ้าชายแฮร์รี่ ได้พาดพิงถึงพระราชินีคามิลลา ผู้เป็นแม่เลี้ยง ในหนังสือบันทึกความทรงจำ ซึ่งถือเป็นการ "ล้ำเส้น" กันอย่างร้ายแรง โดยเจ้าชายแฮร์รี่กล่าวหาว่าคามิลลาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่เรื่องต่างๆ ไปถึงสื่อมวลชน และในการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เพื่อโปรโมตหนังสือเล่มนี้ เจ้าชายแฮร์รี่ยังกล่าวถึงคามิลลาว่าเป็นตัวร้าย ที่ผ่านมาทรงเคยขอร้องพระบิดาไม่ให้สมรสกับผู้หญิงคนนี้ที่ทรงมองว่าเป็นมือที่ 3 ในความสัมพันธ์ระหว่างพระบิดาและเจ้าหญิงไดอานา พระมารดา
...
มีการเปิดเผยว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ เริ่มมีพระดำริเกี่ยวกับกระบวนการขับครอบครัวซัสเซกซ์ออกจากตำหนักฟร็อกมอร์ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม เพียงไม่กี่วันหลังหนังสือของเจ้าชายแฮร์รี่วางแผง ทำให้หลายคนเชื่อว่า หนังสือของเจ้าชายแฮร์รี่ไม่ได้ทำให้มีอะไรดีขึ้นเลย นอกจากทำให้พระองค์ต้องบาดหมางกับพระบิดา และเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา แบบยากจะกลับเป็นเหมือนเดิม.
ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์
ข้อมูล : Daily Express Mirror