• โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเดินสายทัวร์ยุโรป เพื่อร้องขออาวุธเพิ่มเติม โดยเฉพาะเครื่องบินรบ เพื่อนำมาใช้รับมือการโจมตีครั้งใหญ่รอบใหม่ของรัสเซียที่กำลังจะเกิดขึ้น

  • จนถึงตอนนี้ ชาติตะวันตกยังคงเสียงแตกเรื่องการส่งเครื่องบินรบให้ยูเครน เยอรมนีกับสวีเดนตัดความเป็นไปได้อย่างสิ้นเชิง ขณะที่อีกหลายประเทศยังคงสงวนท่าที

  • แต่การส่งเครื่องบินรบให้ยูเครนจะต้องเผชิญอุปสรรคหลายอย่าง ทั้งการฝึกนักบินกับวิศวกรที่ต้องใช้เวลานาน การเลือกเครื่องบิน และความเสี่ยงที่สงครามจะบานปลายด้วย

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เดินสายทัวร์ชาติยุโรป เพื่อร้องขอให้ผู้นำประเทศพันธมิตรยอมส่งเครื่องบินรบให้พวกเขาใช้รับมือกับการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซีย ที่คาดกันว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ในตอนที่สงครามเริ่มขึ้น ยูเครนมีเครื่องบินรบให้ใช้งานประมาณ 120 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินเก่ายุคสหภาพโซเวียต เช่น MiG-29 และ Su-27 แต่เคียฟระบุว่าพวกเขาต้องการเครื่องบินเจ็ตอย่างน้อย 200 ลำจึงจะพอต่อกรกับแสนยานุภาพทางอากาศของรัสเซีย ซึ่งมีเครื่องบินมากกว่ายูเครน 5-6 เท่าได้

เซเลนสกีต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่กว่าอย่าง F-16 ที่ถึงแม้จะมีอายุหลายสิบปีแล้ว แต่ยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายมาอยู่ในกองทัพของเขา เพราะมันบินได้เร็ว 2 เท่าของความเร็วเสียง และสามารถโจมตีเป้าหมายได้ทั้งบนอากาศและภาคพื้น เหมาะแก่การโจมตีข้ามแนวป้องกันของรัสเซีย

ตอนนี้พันธมิตรของยูเครนบางประเทศเริ่มส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งเครื่องบินรบให้ยูเครนแล้ว แต่ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง พวกเขาต้องเผชิญอุปสรรคอีกหลายอย่าง ที่ทำให้ไม่สามารถทำตามคำขอของเซเลนสกีในทันทีได้

...

หลายชาติไม่ตัดความเป็นไปได้

ยูเครนมั่นใจว่าพวกเขาจะได้สิ่งที่ต้องการจากชาติตะวันตก เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วหลายกรณีโดยเฉพาะเรื่องการส่งรถถังประจัญบาน ที่ตอนแรกเหล่าพันธมิตรโดยเฉพาะเยอรมนี ต่างลังเลเพราะกังวลผลที่ตามมา แต่สุดท้ายก็ยอมมอบให้

สหรัฐฯ กับฝรั่งเศสไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมอบเครื่องบินรบให้ยูเครน แต่ก็ไม่รับปากใดๆ ขณะที่เยอรมนีออกมาปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่าจะไม่สงอาวุธชนิดนี้ให้เคียฟ ส่วนนายกรัฐมนตรีสวีเดนก็ไม่ตัดโอกาสแต่เตือนว่าอย่าเพิ่งคาดหวัง

ด้านโปแลนด์ หนึ่งในประเทศที่แสดงท่าทีสนับสนุนด้านอาวุธแก่ยูเครนมากที่สุด ก็ระบุว่า พวกเขาจะไม่ตัดสินใจฝ่ายเดียว แต่จะเคลื่อนไหวพร้อมนาโต อย่างไรก็ตาม มีสโลวาเกียที่ผ่านความเห็นชอบ ว่าจะส่งเครื่องบินรบ MiG จำนวน 11 ลำให้ยูเครนแล้ว

รัฐบาลชาติตะวันตกกังวลว่า การส่งอาวุธให้ยูเครนมากเกินไปจะทำให้การป้องกันของประเทศตัวเองอ่อนแอลง พวกเขายังต้องการหลีกเลี่ยงการส่งอาวุธที่สามารถโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียได้ เพราะจะเป็นการสร้างเหตุผลให้รัสเซียขยายขอบเขตความขัดแย้ง และอาจดึงพวกเขาเข้าไปในสงครามครั้งนี้อย่างเต็มตัว

อุปสรรคด้านการฝึกนักบินและซ่อมบำรุง

แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว ชาติพันธมิตรตัดสินใจส่งเครื่องบินรบให้ยูเครน พวกเขาก็ต้องเผชิญอุปสรรคหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการฝึกฝนนักบิน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเครื่องบินรบ

ยูเครนระบุว่า พวกเขามีนักบิน 50 คนที่สามารถรับการฝึกบินเครื่องบินรบของชาติตะวันตกได้ทันที ซึ่งรัฐบาลสหราชอาณาจักรก็ตกลงที่จะฝึกฝนนักบินของยูเครน ในการบังคับอากาศยานมาตรฐานของนาโต โดยสามารถเร่งความเร็วในการฝึกของนักบินที่มีประสบการณ์ขับเครื่องบินยุคโซเวียตมาแล้วด้วย

นอกจากฝึกนักบินแล้ว วิศวกรของยูเครนก็ต้องได้รับการฝึกด้านการซ่อมบำรุงเครื่องบินด้วย โดย ดร.เจมี เชีย อดีตเจ้าหน้าที่ของนาโต กล่าวว่า เครื่องบินรบเจเนอเรชันที่ 4 อย่าง F-16 ต้องการการซ่อมบำรุงอย่างครอบคลุมในทุกๆ การบิน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคนิคทางวิศวกรรมเฉพาะทางและซับซ้อน

ด้านนายโทเบียส แบกเคร์เล ส.ส.เยอรมนี กังวลว่าการส่งมอบเครื่องบินรบให้ยูเครนอาจกลายเป็นคำมั่นสัญญาระยะยาว เพราะปัญหาไม่ใช่แค่การส่งมอบเท่านั้น แต่การสู้รบหลังจากนี้จะทำให้การส่งรถถัง, มิสไซล์ต่อต้านอากาศยาน หรืออาวุธหนักอื่นๆ ทำให้ยากกว่าที่ผ่านมามาก

...

เครื่องบินรบ 'ไต้ฝุ่น' ของสหราชอาณาจักร
เครื่องบินรบ 'ไต้ฝุ่น' ของสหราชอาณาจักร

คิดหนัก ส่งเครื่องบินรุ่นไหนดี

การตัดสินใจว่าจะส่งเครื่องบินรบรุ่นใดให้ยูเครนก็เป็นปัญหาเช่นกัน นายชาแชงก์ โชชี บรรณาธิการสายทหารของสำนักข่าว ‘the Economist’ เตือนว่า การส่งเครื่องบินรุ่นเก่าหลากหลายรุ่นเกินไปให้ยูเครนเป็นส่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะไม่ใช่ทุกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการของรัสเซีย เช่นเครื่อง ‘ไต้ฝุ่น’ ของ UK ไม่เหมาะกับการบินต่ำ แต่กองทัพยูเครนต้องการเครื่องบินที่บินต่ำได้ เพื่อหลบระบบต่อต้านอากาศยานของรัสเซีย

ขณะที่นายจัสติน บรองค์ จากคณะวิจัย ‘Rusi’ กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ยูเครนกระจายกองบินไปยังที่ต่างๆ และซ่อนตัวเอาไว้ไม่ให้ตกเป็นเป้าการโจมตีของรัสเซีย ส่งผลให้กองทัพอากาศยูเครนต้องส่งเครื่องบินขึ้นฟ้าจากลานบินที่ไม่พร้อม รันเวย์สั้นและพื้นผิวขรุขระ ซึ่งเครื่องไต้ฝุ่นปฏิบัติการได้ไม่ดีในสภาพเช่นนี้

ด้านบ๊อบ ซีลี ส.ส.สหราชอาณาจักร ซึ่งเคยสังกัดกองทัพอากาศมาก่อน กล่าวว่า ยูเครนต้องการเครื่องบินที่สารพัดประโยชน์และยืดหยุ่นพอให้ใช้การได้แม้ศัตรูจะโจมตีรันเวย์และโรงเก็บเครื่องบิน อย่างเครื่อง ‘กริพเพน’ ที่ผลิตโดยสวีเดน ซึ่งทั้งใช้งานง่ายและมีราคาไม่แพง แถมออกแบบมาเพื่อรันเวย์ระยะสั้นและขรุขระ

แต่ติดปัญหาใหญ่คือ จนถึงตอนนี้สวีเดนยังคงยืนกรานปฏิเสธที่จะส่งเครื่องบิน กริพเพน ให้ยูเครน

...

สงครามอาจบานปลาย

อย่างที่ระบุไปข้างต้น ชาติพันธมิตรนาโตบางประเทศกังวลว่า การมอบเครื่องบินรบให้ยูเครนจะถูกมองว่าเป็นการขยายขอบเขตของสงคราม เสี่ยงทำให้เกิดการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างพวกเขากับรัสเซียมากขึ้น

รัฐบาลรัสเซียกล่าวหานาโตมาตลอดว่า เป็นฝ่ายรุกรานรัสเซียโดยใช้ตัวแทนซึ่งก็คือยูเครน พวกเขาออกมาเตือนอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 ก.พ. 2566) ว่า เส้นแบ่งระหว่างการมีส่วนร่วมโดยตรงหรือทางอ้อมของชาติตะวันตกในความขัดแย้งครั้งนี้ กำลังหายไปเรื่อยๆ

แต่ ดร.เชียกล่าวว่า เส้นนั้นถูกข้ามไปแล้ว ประเทศที่จริงจังกับชัยชนะของยูเครน จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักของความจำเป็นในการจัดหาการคุ้มกันทางอากาศให้แก่รถถังที่พวกเขากำลังส่งไปยูเครน กับความเสี่ยงที่สงครามจะบานปลาย

“มันไม่สมเหตุสมผลที่จะส่งสมาชิกทีมบาสเกตบอลให้ยูเครน 4 จาก 5 คน แล้วปฏิเสธที่จะส่งคนที่ 5 คนสำคัญซึ่งจะทำให้ทุกอย่างแตกต่างออกไป” ดร.เชียบอกกับบีบีซี





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : bbc, reuters

...