ไฟป่าหลายสิบจุดในชิลียังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลต้องขยายคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินไปยังภูมิภาคอื่นในวันเสาร์ เนื่องจากคลื่นความร้อนที่รุนแรงในฤดูร้อนทำให้ความพยายามในการควบคุมไฟเป็นไปอย่างยากลำบากและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 22 ศพจนถึงขณะนี้

คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินล่าสุดที่ประกาศโดยกระทรวงมหาดไทยชิลีขณะนี้ ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของแคว้นลาอาเรากาเนีย ต่อจากแคว้นบิโอบิโอ และนูเบลอ ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ 

แคโรไลนา โทฮา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยชิลี กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในการแถลงข่าวที่กรุงซานติอาโก ว่า สภาพอากาศทำให้การดับไฟที่กำลังลุกลามเป็นเรื่องยากมาก และสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลง และ เสริมว่าตั้งแต่วันศุกร์ได้เกิดไฟป่าเพิ่มอีก 76 จุด

แคว้นทั้ง 3 แห่งซึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นที่ตั้งของฟาร์มหลายแห่ง รวมถึงพื้นที่ปลูกองุ่น แอปเปิล และเบอร์รี่เพื่อการส่งออก รวมถึงพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ นอกจากนั้น เมื่อวันศุกร์ เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนภารกิจการดับไฟตกในแคว้นลาอาเราคาเนีย ส่งผลให้นักบินและช่างเครื่องเสียชีวิต 

เจ้าหน้าที่รายงานว่า เหยื่อ 11 ราย หรือครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตที่มีรายงานจนถึงขณะนี้ เสียชีวิตในเมืองซานตาฮวนนา ในแคว้นบิโอบิโอ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงซานติอาโกไปทางใต้ราว 500 กม.

ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว เฮลิคอปเตอร์ได้ทิ้งสารหน่วงไฟเหนือพื้นที่ที่ไฟยังคงโหมกระหน่ำ ขณะที่กลุ่มควันบดบังทัศนวิสัยในการสัญจรบนถนน นักผจญเพลิงและประชาชนในพื้นที่ต่างก็พยายามควบคุมเพลิง โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีส้ม ขณะที่คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินอนุญาตให้มีการระดมกำลังทหารและทรัพยากรเพิ่มเติมเพื่อจัดการกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

...

ข้อมูลจากทางการที่เผยแพร่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ระบุว่า พื้นที่ประมาณ 250,000 ไร่ ถูกไฟไหม้ สำนักงานป่าไม้แห่งชาติชิลี รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดับไฟป่า 80 จาก 231 จุด ส่วนอีก 151 จุด สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีกาเบรียล บอริก ซึ่งเดินทางกลับจากวันหยุดพักผ่อนก่อนกำหนด ได้เดินทางไปยังแคล้นนูเบลอและบิโอบิโอ โดยให้คำมั่นว่าจะทำให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้รับการสนับสนุนที่จำเป็นทั้งหมด

ผู้นำชิลียังชี้ให้เห็นถึงสัญญาณว่าไฟบางส่วนอาจเริ่มต้นขึ้นโดยเจตนา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ.