• กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่า กองทัพของพวกเขายึดครองเมืองโซเลดาร์ ในแคว้นโดเนตสก์ได้แล้ว ขณะที่ฝ่ายยูเครนออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

  • นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า เมืองโซเลดาร์มีคุณค่าทางยุทธศาสตร์น้อย แต่ก็ถือเป็นชัยชนะที่มอสโกรอมานาน หลังจากมีแต่ความปราชัยต่อเนื่องหลายเดือน

  • การต่อสู้ที่เมืองโซเลดาร์ยังทำให้เห็นรอยร้าวในกองกำลังฝ่ายรัสเซียมากขึ้น ผู้นำทหารรับจ้างแวกเนอร์อ้างว่าพวกเขาเป็นกลุ่มเดียวที่โจมตีเมืองโซเลดาร์ ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียไม่ระบุถึงแวกเนอร์เลย

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ม.ค. 2566 รัสเซียประกาศว่า กองทัพของพวกเขาสามารถยึดเมืองโซเลดาร์ เมืองเล็กๆ ในแคว้นโดเนตสก์ แต่เป็นที่ตั้งของเหมืองเกลือในประเทศยูเครนได้แล้ว แต่ฝ่ายรัฐบาลเคียฟออกมาปฏิเสธ ระบุว่าการต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่

แต่หากรัสเซียยึดครองเมืองแห่งนี้ได้จริง นี่จะเป็นการยึดเมืองของยูเครนได้เป็นแห่งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นความคืบหน้า หรืออาจถึงขั้นชัยชนะที่ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กำลังต้องการอย่างมาก หลังประสบความพ่ายแพ้ในหลายสมรภูมิ และเสียเมืองสำคัญที่ยึดมาได้ให้แก่ยูเครน

นักวิเคราะห์ยังคงถกเถียงกันเรื่องคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ของเมืองโซเลดาร์ หลายคนมองว่าเมืองแห่งนี้มีความสำคัญเพียงเล็กน้อย และเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่การยึดเมืองแห่งนี้ก็เป็นการเปิดทางให้กองทัพรัสเซีย โดยเฉพาะกลุ่มทหารรับจ้างของบริษัท ‘แวกเนอร์ กรุ๊ป’ (Wagner Group) บุกเมืองบัคห์มุตที่อยู่ใกล้กันได้หลายทิศทางมากขึ้น หลังพยายามมานานหลายเดือน

การยึดเมืองโซเลดาร์ยังมีความหมายอย่างมากต่อ นายเยฟจีนี พริโกซิน ผู้ก่อตั้งแวกเนอร์ กรุ๊ป ซึ่งกำลังเกิดความขัดแย้งภายในกับกระทรวงกลาโหมรัสเซีย จนทำให้ศึกที่โซเลดาร์กลายเป็นการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอิทธิพลและทรัพยากรระหว่างทั้งสองฝ่ายไปด้วย

...

เกิดอะไรขึ้นที่เมืองโซเลดาร์?

รัสเซียกับยูเครนรายงานไม่ตรงกันเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียบอกว่า กองทัพของพวกเขายึดเมืองโซเลดาร์ได้แล้ว ด้วยการโจมตีที่มั่นของกองทัพยูเครนอย่างต่อเนื่องโดยใช้การโจมตีทางอากาศ, มิสไซล์ และปืนใหญ่ สกัดการขนย้ายกำลังเสริม, เครื่องกระสุน รวมทั้งขัดขวางพยายามถอยออกจากแนวป้องกันของศัตรูด้วย

แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียไม่พูดถึงคำกล่าวอ้างของกลุ่มแวกเนอร์ที่ระบุว่า การยึดเมืองโซเลดาร์เป็นฝีมือของพวกเขาแต่เพียงผู้เดียว โดยทางกระทรวงระบุว่า การยึดเมืองเกิดจากการใช้มาตรการซับซ้อนของกองทัพ สังหารทหารยูเครนไป 700 นาย ในในช่วง 3 วันที่ผ่านมา และทำลายอาวุธไปมากกว่า 300 รายการ

อย่างไรก็ตาม นายเซอร์ฮี เชเรวาตี โฆษกกองทัพภาคตะวันออกของยูเครนบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า รัสเซียยังไม่ได้ควบคุมเมืองโซเลดาร์โดยสมบูรณ์ ขณะที่ นาย ทาราส เบเรโซเวตส์ กัปตันของกองพันที่ 1 แห่งกองกำลังพิเศษยูเครน ซึ่งตอนนี้ประจำการในเมืองบัคห์มุต ระบุว่า ยังมีทหารยูเครนปักหลักอยู่ในพื้นที่ชานเมืองทางตะวันตก

แต่นายเบเรโซเวตส์ยอมรับว่า การคงทหารไว้ในเมืองโซเลดาร์ไม่สมเหตุสมผลในทางทหาร เพราะเมืองถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงแล้ว เขาเชื่อว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าผู้บังคับบัญชาจะมีคำสั่งให้ถอนกำลัง เพื่อนของเขาในหน่วยอื่นๆ เข้าใจว่าภารกิจนี้คือการยื้อเอาไว้ให้ได้นานที่สุด และสังหารนักรบติดอาวุธของแวกเนอร์ กรุ๊ป ให้ได้มากที่สุด

นายเบเรโซเวตส์ บอกอีกว่า กองทัพยูเครนสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่กองกำลังฝ่ายรัสเซีย จับนักรบของแวกเนอร์ได้ 1 คน ซึ่งยอมรับสารภาพว่าหน่วยของเขามีผู้รอดชีวิตเพียง 3 คน จากทั้งหมด 35 คน นายเบเรโซเวตส์ไม่รู้ว่ายังมีทหารยูเครนติดอยู่ในเมืองโซเลดาร์หรือไม่ แต่หลายหน่วยถอนกำลังไปแล้วทางชานเมืองฝั่งตะวันตกใกล้สถานีรถไฟ

ขณะที่ทีมข่าวของซีเอ็นเอ็น ซึ่งอยู่ชายขอบนอกเมืองโซเลดาร์ รายงานว่า ยังคงมีการยิงปืนครกและจรวดมิสไซล์เข้าใส่เมืองแห่งนี้ในช่วงบ่ายวันศุกร์ หลังจากที่รัสเซียอ้างว่ายึดเมืองได้แล้ว

ความสำคัญของเมืองโซเลดาร์

เมืองโซเลดาร์ตั้งอยู่ใจกลางแคว้นโดเนตสก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในดินแดนทางตะวันออกที่รัสเซียตั้งเป้าจะยึดครองให้ได้มาตั้งแต่ปีก่อน โดยรัสเซียประกาศผนวกรวมแคว้นแห่งนี้ และอีก 3 แคว้นของยูเครนเป็นของตัวเองแต่เพียงฝ่ายเดียวไปแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะยังควบคุมพื้นที่อีกราว 40% ของแคว้นโดเนตสก์ไม่ได้ก็ตาม

ห่างจากเมืองโซเลดาร์ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไม่กี่กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมืองบัคห์มุต ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นจุดที่มีการสู้รบมากที่สุดของพื้นที่แนวหน้าการปะทะความยาว 1,300 กม.ในยูเครนไปแล้ว

รัสเซียตั้งใจจะยึดเมืองโซเลดาร์มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 แม้ว่าเมืองเล็กๆ ประชากรเพียง 10,000 คนแห่งนี้จะมีคุณค่าทางยุทธศาสตร์เล็กน้อย แต่มันสามารถเป็นเส้นทางบุกสู่ตะวันตกของกองทัพรัสเซียที่ชะงักงันมานาน และเปิดทางให้มอสโกโจมตีเมืองบัคห์มุตได้หลายทิศทางมากขึ้น หลังจากบุกได้แต่ฝั่งตะวันออกมานานหลายเดือน

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า การยึดเมืองโซเลดาร์มีความสำคัญต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของปฏิบัติการโจมตีในแคว้นโดเนตสก์ และทำให้พวกเขาสามารถตัดเส้นทางส่งเสบียงของกองทัพยูเครนไปสู่เมืองบัคห์มุตได้

พื้นที่รอบเมืองโซเลดาร์ยังเป็นที่ตั้งของเหมืองเกลือบริสุทธิ์ขนาดใหญ่หลายแห่ง บริหารจัดการโดยบริษัท อาร์เทมซิล ผู้ผลิตเหมืองรายใหญ่ที่สุดของยุโรป แต่การทำเหมืองหยุดชะงักลงไม่นานหลังจากรัสเซียเริ่มบุกโจมตีเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ปีก่อน

ด้านนายพริโกชิน กล่าวว่า สนใจในเหมืองเกลือและยิปซัมในเมืองโซเลดาร์ โดยระบุว่า เป็นเครือข่ายเมืองใต้ดินที่สามารถจัดวางกองกำลังไว้ที่ความลึก 80-100 ม. และสามารถให้รถถังและพาหนะอื่นๆ ของกองทัพวิ่งได้อย่างอิสระ แต่การกลับมาขุดเหมืองเกลืออีกครั้ง อาจจำเป็นต้องมีการลงทุนมหาศาล และต้องรอให้สถานการณ์สงบกว่าในปัจจุบัน

เมืองโซเลดาร์ยังอุดมไปด้วยดินอะลาบาสเตอร์ ดินเหนียวล้ำค่าสำหรับการปั้นเครื่องเซรามิกและถ่านหินด้วย

...

รอยร้าวในกองกำลังฝ่ายรัสเซีย

สำหรับรัสเซียการยึดเมืองโซเลดาร์เป็นชัยชนะที่รอมานาน หลังจากไม่ได้ฉลองชัยชนะอะไรเลยมาตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมปีก่อน หนำซ้ำยังมีแต่ข่าวความพ่ายแพ้ในหลายสมรภูมิ สูญเสียเมืองคาร์คิฟ และเมืองเคอร์ซอน ซึ่งเป็นเหมืองเอกแห่งเดียวที่พวกเขายึดได้ นอกจากนั้นยังถูกกองทัพยูเครนตีโต้กินพื้นที่รุกคืบมากขึ้นในฝั่งตะวันออกและทางตอนใต้

แต่สำหรับ นายพริโกซิน ชัยชนะครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะทหารรับจ้างแวกเนอร์ของเขานั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตนักโทษ พยายามยึดเมืองบัคห์มุตมานานหลายเดือน แต่แม้จะบุกโจมตีนับครั้งไม่ถ้วน และเสียทหารไปนับพันคน ก็ยังยึดเมืองไม่สำเร็จ

ก่อนหน้านี้พริโกซินวิพากษ์วิจารณ์กองทัพรัสเซียอย่างหนักที่ปราชัยต่อกองกำลังฝ่ายยูเครนอย่างน่าอับอายหลายต่อหลายครั้ง เขาจึงต้องการพิสูจน์กว่าทหารรับจ้างของเขาสามารถทำได้ ทำให้การศึกที่เมืองโซเลดาร์นอกจากจะเป็นชัยชนะรอมานานแล้ว ยังกลายเป็นการต่อสู้เพื่ออิทธิพลและทรัพยากรระหว่างพริโกซินและศัตรูของเขาในกระทรวงกลาโหมรัสเซียด้วย

พริโกซินแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ใครมาแย่งเครดิตการยึดเมืองโซเลดาร์ไปจากเขา โดยแถลงการณ์เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (10 ม.ค. 2566) ระบุว่า “ทหารของแวกเนอร์ยึดการควบคุมดินแดนของเมืองโซเลดาร์ไว้ได้ทั้งหมดแล้ว ศูนย์กลางเมืองแห่งนี้เป็นเหมือนหม้อขนาดใหญ่ ที่การต่อสู้กำลังเกิดขึ้น” “ผมอยากย้ำว่า ไม่มีหน่วยอื่นใดนอกจากแวกเนอร์เกี่ยวข้องกับการบุกโจมตีเมืองโซเลดาร์”

นายมิคไฮโล โพโดลียัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การต่อสู้ภายในระหว่างฝักฝ่ายในกลุ่มผู้มีอำนาจของรัสเซีย เป็นสัญญาณที่ดีของจุดเริ่มต้นไปสู่จุดจบที่น่าประหลาดใจ “การทะเลาะกันอย่างเปิดเผยเริ่มขึ้นแล้วระหว่างกระทรวงกลาโหมรัสเซียกับอาชญากรทางทหารหัวรุนแรงอย่างพริโกซินและพลเอกเซอร์เก ซูโรวิคิน”.





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnn, aljazeera

...