กองทัพรัสเซียอ้างว่า ยึดเมืองเหมืองเกลือ โซเลดาร์ ของยูเครนได้แล้ว หลังจากต่อสู้อย่างดุเดือดนานหลายวัน ขณะที่ฝ่ายเคียฟปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ม.ค. 2566 รัสเซียออกมาเปิดเผยว่า กองทัพของพวกเขา สามารถยึดเมืองโซเลดาร์ เมืองเหมืองเกลือในแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครนได้แล้ว หลังจากต่อสู้อย่างดุเดือดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นก้าวสำคัญต่อการยึดพื้นที่ทั้งหมดของภูมิภาคดอนบาสที่รัสเซียผนวกรวมเป็นของตัวเอง

เจ้าหน้าที่รัสเซียบอกอีกว่า ชัยชนะครั้งนี้จะทำให้กองทัพรัสเซียสามารถโจมตีผลักดันเข้าสู่เมืองบัคห์มุต ที่อยู่ใกล้เคียงกัน และสามารถตัดกำลังของกองทัพยูเครนที่นั่นได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายยูเครนยืนยันว่า การต่อสู้ที่เมืองโซเลดาร์ยังดำเนินอยู่ และกล่าวหารัสเซียว่ากำลังปล่อยข้อมูลรบกวน

ทั้งนี้ การต่อสู้ที่เมืองโซเลดาร์ถูกยกเป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 24 ก.พ.ปีก่อน ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกีกล่าวเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เมืองที่เคยมีประชากรราว 10,000 คนแห่งนี้ แทบไม่เหลือกำแพงที่ยังตั้งอยู่แล้ว

ด้านนาย อันเดรย์ เยอร์มัค หัวหน้าเจ้าหน้าที่ของเซเลนสกีเทียบการต่อสู้ที่เมืองโซเลดาร์กับบัคห์มุตว่า กับสมรภูมิที่แวร์เดิง ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในการต่อสู่ที่ข่มขื่นที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300,000 คน ขณะที่นายพาฟโล คีรีเลนโก ผู้ว่าการแคว้นโดเนตสก์ของยูเครนเผยว่า ยังมีพลเรือน 559 คนที่ไม่ยอมอพยพออกจากโซเลดาร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงถกเถียงกันเรื่องความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของเมืองโซเลดาร์ เนื่องจากเป็นเมืองขนาดเล็ก สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) ของสหรัฐฯ คาดว่าการยึดเมืองโซเลดาร์ไม่สามารถทำให้กองทัพรัสเซียปิดล้อมเมืองบัคห์มุตได้

...

แต่หากยืนยันแล้วว่ารัสเซียยึดเมืองแห่งนี้ได้จริง เรื่องนี้อาจถูกมองว่าเป็นความคืบหน้า หรือกระทั้งชัยชนะ ที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กำลังต้องการอย่างมาก หลังจากไม่สามารถยึดเมืองในยูเครนได้อีกเลยนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ซ้ำยังถูกโต้กลับและเสียเมืองที่ยึดมาได้ไปหลายเมือง

ที่มา : bbc