สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ไทยพบทรัพย์สินที่เป็นของบุตรสาวและบุตรชายของผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ระหว่างการบุกค้นอพาร์ตเมนต์ของนักธุรกิจชาวเมียนมา ในข้อหาค้ายาเสพติดและฟอกเงิน ที่อยู่ในกรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว

โฉนดที่ดินและสมุดบัญชีธนาคารที่เป็นของลูกสาวและลูกชายของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ถูกพบที่อพาร์ตเมนต์ของ นายตุน มิน ลัต วัย 53 ปี ที่ถูกจับกุมในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว พร้อมกับคนไทย 3 คน ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน

แหล่งข่าวบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อปีที่แล้วว่า นายตุน มิน ลัต ซึ่งมีสินทรัพย์ทั้งในธุรกิจในโรงแรม พลังงาน และเหมืองแร่ เป็นบุคคลที่มีความที่ใกล้ชิดกับ มิน อ่อง หล่าย ซึ่งยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยเขาได้จัดหาอาวุธให้แก่กองทัพ ขณะที่ปรากฏรูปภาพที่ทั้งสองปรากฏตัวร่วมกันที่งานแสดงอาวุธในปี 2019

อย่างไรก็ตามในขณะนี้ นายตุน มิน ลัต อยู่ในการควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดี และไม่สามารถติดต่อทนายความของเขาเพื่อขอความเห็นได้

ตามคำบอกเล่าของแห่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ลูกทั้งสองคนของมิน อ่อง หล่าย ไม่ต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าว และเสริมว่าทางการไทยไม่ได้พิจารณาว่าทั้งสองเกี่ยวข้องกับการสอบสวนตุน มิน ลัต

ทั้งนายมิน อ่อง หล่าย รวมถึงลูกชายคือ นายออง แพ โซน และ ขิ่น ธีรี เธต มอญ ลูกสาว ซึ่งถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และแคนาดา ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อข่าวนี้ ด้านสหรัฐฯ กล่าวว่า ทั้งสองมีธุรกิจที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากตำแหน่งของบิดาและอิทธิพลในทางที่มิชอบ

...

โฆษกของกลุ่ม "จัสทิซ ฟอร์ เมียนมา" (Justice for Myanmar) ระบุว่า การพบหลักฐานดังกล่าวเป็นการบ่งชี้ว่าครอบครัวของมิน อ่อง หล่าย กำลังซ่อนทรัพย์สินในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรสงครามเมียนมา ด้วยการไม่อนุญาตให้สมาชิกรัฐบาลทหารเมียนมาและครอบครัวเปิดบัญชีธนาคารในไทย ซื้ออสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการยึดสินทรัพย์ที่ถูกขโมยมาจากประชาชนชาวเมียนมา

รอยเตอร์ ระบุว่า ในการบุกค้นที่พักของตุน มิน ลัต ในคอนโดมิเนียมชื่อดังย่านพระราม 9 ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกันยายน สามารถยึดทรัพย์สินกว่า 8.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 296 ล้านบาท ทั้งรถยนต์หรู นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม และเงินสดอีก 239,091 ดอลลาร์ และยังพบโฉนดที่ดินและสัญญาซื้อขายคอนโดขนาด 4 ห้องนอนในคอนโดมิเนียมเดียวกัน ในชื่อของ ออง แพ โซน พร้อมด้วยสมุดบัญชี 2 เล่ม ของ ขิ่น ธีรี เธต มอญ ซึ่งรอยเตอร์ยืนยันว่าบัญชีดังกล่าวได้ปิดลงแล้ว แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนปิดบัญชีดังกล่าว

รอยเตอร์ ระบุด้วยว่า ธนาคารและคอนโดมิเนียมไม่ให้ความเห็นกรณีดังกล่าว เช่นเดียวกับตำรวจของไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวเช่นกัน.