ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเติบโตปีนี้เหลือ 1.7% จากความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย อัตราเงินเฟ้อสูง อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น การลงทุนที่ซบเซา และวิกฤติการสู้รบยืดเยื้อในยูเครน
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ฉบับล่าสุดที่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 1.7 ในปี 2566 ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 1.3 จุด และนับเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ
รายงานระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงจนถึงระดับใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากเผชิญผลกระทบเชิงลบ อาทิ อัตราเงินเฟ้อสูง อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น การลงทุนที่ซบเซา และวิกฤติการสู้รบที่ยืดเยื้อในยูเครน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้นโยบายที่เข้มงวดยิ่งขึ้นแบบพร้อมเพรียงกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่สูงมาก ตลอดจนสภาวะทางการเงินที่ย่ำแย่ลง ความเชื่อมั่นที่ลดลง และการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน อย่างไรก็ดีในปี 2567 เศรษฐกิจทั่วโลกจะดำเนินไปตามเป้าสู่การเติบโตที่ร้อยละ 2.7
รายงานฉบับนี้คาดการณ์ว่า การเติบโตของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 0.5 ในปี 2566 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 1.7 จุด ขณะตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้ ถูกปรับลด 1.9 จุด เหลืออยู่ที่ร้อยละ 0.5 ซึ่งเป็นตัวเลขระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ยุคปีคศ. 1970 หากไม่นับรวมช่วงภาวะถดถอย ส่วนเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซนมีแนวโน้มเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 0 ลดลง 1.9 จุด จากการคาดการณ์ครั้งก่อน ขณะเดียวกัน ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 3.4 ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 0.8 จุด.
...