ผู้ช่วยของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบเอกสารลับของทางการเพิ่มเติมในอีกสถานที่หนึ่ง ในขณะที่คณะกรรมการสภาผู้แทนฯ เตรียมเข้ามาตรวจสอบ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันพุธที่ 11 ม.ค. 2566 ว่า ทีมผู้ช่วยของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบเอกสารลับของทางการเพิ่มเติมในสถานที่อีกแห่งหนึ่ง หลังก่อนหน้านี้มีการพบเอกสารที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเอกสารลับของทางการ จำนวน 10 ฉบับที่สำนักงานส่วนตัวของไบเดน ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งเขาเคยใช้เป็นสถานที่ทำงาน หลังพ้นตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอมาบา
เอกสารลับของทางการชุดแรกถูกพบที่ออฟฟิศใน ‘เพนน์ ไบเดน เซ็นเตอร์’ (Penn Biden Center) ซึ่งเป็นสำนักงานเก่าของไบเดน ใกล้ทำเนียบขาว ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แต่เพิ่งได้รับการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ โดยเอกสารลับเหล่านี้ มีทั้ง รายงานบันทึกข่าวกรอง และรายงานย่อที่เกี่ยวข้องกับยูเครน, อิหร่าน และสหราชอาณาจักร ส่วนเอกสารชุดที่ 2 ที่ถูกพบ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก
ในการแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา เลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารลับชุดแรก ขณะที่ นายไบเดน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขารู้สึกประหลาดใจกับการค้นพบเอกสารลับดังกล่าว และกำลังให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของกระทรวงยุติธรรม
เรื่องอื้อฉาวล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีไบเดนกำลังจะเผชิญการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันกลับมาครองเสียงข้างมากได้อีกครั้ง โดยคณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร (Oversight Committee) กำลังเริ่มการตรวจสอบเกี่ยวกับนายไบเดน และครอบครัว รวมทั้งขอให้ทำเนียบขาวมอบเอกสารและบันทึกการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับเอกสารลับที่พบให้แก่พวกเขาด้วย
...
ทั้งนี้ กฎหมายของสหรัฐฯ กำหนดว่า บันทึกทั้งหมดในทำเนียบขาว รวมถึงเอกสารที่ถูกจัดเป็นความลับ ต้องถูกส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติหลังจากวาระการบริหารของรัฐบาลสิ้นสุดลง โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 เจ้าหน้าที่ FBI ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นรีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในรัฐฟลอริดา และยึดเอกสารได้มากกว่า 10,000 ฉบับ รวมทั้งเอกสารลับอีกกว่า 300 ฉบับ ที่นายทรัมป์ไม่ได้มอบให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญการสืบสวนคดีอาชญากรรมภายใต้ข้อกล่าวหาว่า จัดการเอกสารลับอย่างไม่ถูกต้อง แต่ขณะนี้ ยังไม่แน่ชัดว่านประธานาธิบดีไบเดนจะโดนตรวจสอบข้อหาเดียวกันหรือไม่
ที่มา : bbc