อียู ต้อนรับบรรดาผู้นำชาติสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมประชุมสุดยอดครั้งที่ 45 ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองภูมิภาค ท่ามกลางปัญหาสงครามในยูเครน และคดีคอร์รัปชันพัวพันสภายุโรป

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. นายชาร์ล มิเชล ประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรป และนางเออซูลา วอน เดอ โวเยน ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ให้การต้อนรับบรรดาผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน รวมไปถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม ก่อนที่จะเปิดการประชุมสุดยอด "อียู-อาเซียน" ครั้งที่ 45 และฉลองครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอียู และอาเซียน

โดยการประชุมสุดสุดยอด "อียู-อาเซียน" ในครั้งนี้ จะมุ่งเน้นการหารือขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองภูมิภาค ตลอดจนขยายโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานระหว่าง 2 กลุ่มประเทศ มูลค่า 10,000 ล้านยูโร ภายใต้โครงการ "โกลบัล เกตเวย์" ท่ามกลางการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในอาเซียน ภายใต้โครงการ "ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" (Belt and Road Initiative-BRI) ท่ามกลางความท้าทายของอียู จากปัญหาสงครามในยูเครน การคดีคอร์รัปชันพัวพันสภายุโรป

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วม เนื่องจากต้องเดินทางไปกาตาร์ เพื่อร่วมเชียร์ฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส กับโมร็อกโก ในขณะที่พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ของเมียนมา ก็ไม่ได้เดินทางมาเนื่องจากทางเจ้าภาพอียู ปฏิเสธที่จะเชิญผู้นำเมียนมามาเข้าร่วม

...


ขณะเดียวกันอาเซียนและอียู ตั้งเป้าจะหารือประเด็นการขยายความร่วมมือในการผลิตพลังงานสะอาด เพิ่มขึ้น เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขณะที่อียูจะเดินหน้าผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีกับอาเซียน ปูทางสู่การข้อตกลงแยกต่างหากระหว่างอียูกับแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน อย่างสิงคโปร์และเวียดนาม และอินโดนีเซียที่ได้มีการเจรจาไปแล้ว ขณะที่ในส่วนของไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ อยู่ระหว่างกระบวนการเปิดเจรจา

ด้านนายชาร์ล มิเชล กล่าวว่าการค้าคือเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างสองภูมิภาค โดยข้อตกลงการค้าระหว่างอยู่กับเวียดนาม และอียู กับสิงคโปร์ ได้ช่วยเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง.