ธนาคารกลางสหรัฐฯ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.5% น้อยกว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และคาดการณ์ด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อจะสูงเกินไปหมายไปจนถึงปี 2568
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค. 2565 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อนุมัติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นขึ้นอีก 0.5% ตามมาตรการแข็งกร้าวเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อซึ่งพุ่งขึ้นสูงที่สุดนับตั้งแต่ยุคต้นทศวรรษที่ 80 ทำให้อัตราดอกเบี้ยตอนนี้อยู่ที่ 4.25-4.5% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550
การขึ้นดอกเบี้ย 0.5% นับว่าต่ำกว่า 4 ครั้งก่อนหน้านี้ที่เฟดปรับขึ้นถึงครั้งละ 0.75% เกิดขึ้นหลังจากสำนักงานสถิติแรงงานเผยแพร่ดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อคิดแบบปีต่อปี ลดลงจากเมื่อเดือนตุลาคมที่เพิ่มขึ้น 7.7% และลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันส่งสัญญาณว่าวิกฤติเงินเฟ้อเริ่มบรรเทาลงแล้ว
เฟดยังเผยแพร่รายงานสรุปการคาดการณ์เศรษฐกิจที่นักลงทุนเฝ้ารอมานาน โดยการคาดการณ์ในเดือนธันวาคมชี้ว่า ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ จะขึ้นไปอยู่ที่ 5-5.25% จากเมื่อเดือนกันยายนที่คาดไว้ที่ 4.5-4.75%
ขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่เฟดใช้เป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อ จะอยู่เหนือเป้าหมายที่ 2% ไปจนถึงปี 2568 เป็นอย่างน้อย ส่วนอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นจาก 3.7% ในปัจจุบันไปเป็น 4.6% เมื่อถึงสิ้นปี 2566 และจะอยู่ในระดับนั้นไปตลอดปี 2567 ด้าน GDP จะลดลงเหลือ 0.5% ในปีหน้า จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.2%