การประท้วงต่อต้านนโยบายโควิดเป็นศูนย์ในจีนเริ่มซาลง หลังตำรวจตรึงกำลังเข้มตามเมืองใหญ่ ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงระดับสูงเรียกร้องให้ปราบปรามกองกำลังปรปักษ์ที่แทรกซึมเข้ามา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนหลายพันคนออกมาชุมนุมประท้วงตามท้องถนนในหลายเมือง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการควบคุมอย่างเข้มงวดตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์ โดยบางคนถึงขั้นเรียกร้องให้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ลาออก ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม การประท้วงในวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมาเป็นไปอย่างจำกัด หลังตำรวจจำนวนมากถูกส่งไปตรึงกำลังตามเมืองใหญ่รวมถึง กรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่มีรายงานว่าตำรวจกว่า 150 นายถูกส่งไปย่านช็อปปิ้งในเมืองเซินเจิ้น หลังมีข่าวลือบนโลกออนไลน์ว่า ผู้ประท้วงเตรียมออกมารวมตัวกัน

ล่าสุดในวันอังคารที่ 29 พ.ย. 2565 นายเฉิน เหวินชิง เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกฎหมายและการเมืองกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งกำกับดูแลหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศทั้งหมดรวมถึงตำรวจ ออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามกองกำลังปรปักษ์ที่แฝงตัวเข้ามา

“เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องปราบปรามการแทรกซึมและการก่อวินาศกรรมฝีมือของกองกำลังปรปักษ์ รวมถึงพฤติกรรมผิดกฎหมายและอาชญากรรมที่รบกวนความสงบของสังคม” นายเฉินกล่าว โดยที่ไม่ได้ระบุถึงการประท้วงที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กังวลว่า คำพูดนี้อาจหมายถึงจะมีการปราบปรามการประท้วงมากขึ้นในอนาคต

ในวันเดียวกัน นายหมี่ เฟิง โฆษกคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) บอกกับผู้สื่อข่าวว่า การล็อกดาวน์ควรบังคับใช้และผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว และมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดควรได้รับการปปรับปรังให้เหมาะสมไปเรื่อยๆ

...

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการควบคุมโควิดที่มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงมากกว่าเดิม และว่ากระแสความไม่พอใจมาตรการควบคุมที่เข้มงวดเป็นผลมาจาก การบังคับใช้อำนาจตามอำเภอใจของหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ใช่นโยบายของชาติ

ที่มา : BBC , CNN