อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอของทวิตเตอร์ กล่าวว่า ผู้ใช้รายใหม่ที่สมัครเข้าใช้งานทวิตเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในขณะที่เขากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่บริษัทต่างๆ พากันถอนโฆษณา และผู้ใช้หันไปเล่นแพลตฟอร์มอื่นๆ หลังเกิดความกังวลเกี่ยวกับมาตรการยืนยันตัวตนและการใช้ถ้อยคำแสดงความเกลียดชัง
มัสก์ ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ของเขาเมื่อวานนี้ว่า ผู้สมัครเข้าใช้งานในทวิตเตอร์โดยเฉลี่ยมากกว่าวันละ 2 ล้านคน ในช่วง 7 วันนับจนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นร้อยละ 66 เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์เดียวกันของเมื่อปีที่แล้ว
มัสก์ ยังกล่าวว่า จำนวนนาทีที่มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ เฉลี่ยเกือบ 8,000 ล้านนาทีต่อวัน ในช่วง 7 วัน นับจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การใช้ถ้อยคำแสดงความเกลียดชังก็ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนตุลาคมปีที่แล้ว
มัสก์ ยังกล่าวด้วยว่า การซื้อกิจการทวิตเตอร์ของเขาจะช่วยเร่งการสร้างแอปพลิเคชันที่เขาตั้งชื่อว่า "เอ็กซ์" (X) ซึ่งจะเป็น "everything App" หรือแอปเดียวที่สามารถทำได้ทุกอย่าง
โดยสิ่งที่เขาเรียกว่า "ทวิตเตอร์ 2.0 ดิ เอฟวรีธิง แอป" (Twitter 2.0 The Everything App) จะมีความสามารถในการใช้ส่งข้อความโดยตรง (DM) ที่สามารถเข้ารหัส ทวีตข้อความแบบยาว และใช้ในการชำระเงินได้
มัสก์ ทวีตข้อความเพิ่มเติมเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาคาดว่าทวิตเตอร์จะมีผู้ใช้งานเกินกว่าเดือนละ 1,000 ล้านราย ภายใน 12-18 เดือนข้างหน้า
บริษัทผู้โฆษณาบนทวิตเตอร์ รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ เช่น เจเนอรัล มอเตอร์ส, มอนเดเลส อินเตอร์เนชันแนล และ โฟล์กสวาเกน เอจี ได้หยุดลงโฆษณาบนทวิตเตอร์ชั่วคราว
...
มัสก์ กล่าวว่า ทวิตเตอร์กำลังประสบกับ "รายได้ที่ลดลงอย่างมาก" จากการถอนตัวของผู้ลงโฆษณา โดยกล่าวโทษกลุ่มพันธมิตรด้านสิทธิพลเมืองที่กดดันให้ผู้โฆษณารายใหญ่ของทวิตเตอร์ถอนตัว หากเขาไม่ได้ดำเนินมาตรการปกป้องการดูแลเนื้อหา
กลุ่มนักเคลื่อนไหวยังเรียกร้องให้ผู้ลงโฆษณาในทวิตเตอร์ออกแถลงการณ์ชี้แจงเกี่ยวกับการถอนโฆษณา หลังจากมัสก์ยกเลิกการแบนบัญชีผู้ใช้ของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ.
ที่มา รอยเตอร์