อัยการสูงสุดของยูเครนกล่าวหารัสเซีย กำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ด้วยการทำลายระบบพลังงาน ทำให้ชาวยูเครนหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ท่ามกลางฤดูหนาว อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ประชาชนหลายล้านคนใน 14 แคว้นทั่วยูเครนต้องอยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้พลังงาน หลังจากรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานหลายระลอกในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้เกิดไฟดับเป็นวงกว้าง ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บของฤดูหนาว

นาย นายอันเดรย์ คอสติน อัยการสูงสุดของยูเครน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี ว่า ที่รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่สำคัญของยูเครนนั้นเทียบได้กับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยเป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังประเทศยูเครนทั้งหมด เพื่อบีบให้เคียฟยอมแพ้

ทั้งนี้ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามนิยามของสหประชาชาติหมายถึง การจงใจทำลาย ทั้งหมดหรือบางส่วนของ ประเทศ, ชาติพันธุ์, ชนชาติ หรือกลุ่มศาสนา โดยพฤติกรรมที่เข้าข่าย รวมถึง การสังหารหรือทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสมาชิกของกลุ่มนั้นๆ หรือบังคับขนย้ายเด็กๆ ของกลุ่มไปยังสถานที่อื่น

นอกจากการโจมตีดังกล่าวแล้ว นายคอสตินบอกด้วยว่า มอสโกบีบบังคับเด็กชาวยูเครนกว่า 11,000 คน ให้อพยพไปรัสเซีย และการกระทำแบบเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในหลายชุมชนของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง ซึ่งเขากับทีมเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนรายงานเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมสงครามและการรุกรานของรัสเซียกว่า 49,000 กรณี

การก่ออาชญากรรมสงครามหมายถึงการละเมิดกฎการทำสงครามที่บัญญัติไว้ในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ รวมถึง อนุสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) ที่กำหนดให้คุ้มครองพลเรือน แต่รัสเซียถูกกล่าวหาว่า ละเมิดกฎดังกล่าวหลายต่อหลายครั้ง

...

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อาคารที่อยู่อาศัยในเมืองดนีโปรถูกปืนใหญ่โจมตี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 13 ราย ขณะที่ตำรวจในเมืองเคอร์ซอนระบุว่า นับตั้งแต่กองทัพรัสเซียถอนกำลังออกไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 32 ศพ