ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวประณามรัสเซียว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังจากโจมตีครั้งล่าสุดของกองทัพรัสเซียส่งผลให้ไฟฟ้าดับเกือบทั้งประเทศ
นายเซเลนสกี กล่าวผ่านระบบวิดีโอลิงก์ในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) พร้อมระบุว่า การกระทำของกองทัพรัสเซียไม่ต่างจากการก่อการร้ายที่บังคับให้ประชาชนชาวยูเครนหลายล้านคนต้องอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ไม่มีความร้อน ไม่มีน้ำดื่มที่เพียงพอ ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบในช่วงฤดูหนาว
เบื้องต้นโรงไฟฟ้า 3 แห่งที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครนถูกตัดขาดจากระบบส่งและแจกจ่ายไฟฟ้า ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ต้องอาศัยเพียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลเพื่อสร้างพลังงานให้แก่ระบบหล่อเย็น และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยหลัก ที่ยังคงหล่อเลี้ยงให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้เดินหน้าต่อไปได้
ด้านทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้แสดงความกังวลอย่างมากต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของรัสเซียหลายครั้ง
การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนยังส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมอลโดวาได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีดังกล่าว เนื่องจากระบบจ่ายไฟบางจุดเชื่อมโยงกัน โดยนายอันเดรย์ สปินู รองนายกรัฐมนตรีมอลโดวา ระบุว่า ประชาชนชาวมอลโดวามากกว่าครึ่งประเทศไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงคีชีเนา ที่ประชากรราว 1 ใน 3 ของประเทศ อาศัยอยู่ที่นี่
นายเซเลนสกียังกล่าวว่า สถานการณ์ในกรุงเคียฟยังคงยากลำบาก และความพยายามในการกู้คืนระบบไฟฟ้าจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน
...
ด้านนายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุว่า ประชาชนชาวกรุงเคียฟอย่างน้อย 80% ไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำดื่มในการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูหนาวปีนี้
ขณะที่นางลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ระบุว่า กองทัพรัสเซียกำลังวางกับดักในช่วงฤดูหนาว เพื่อสร้างความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส หลังจากการต่อสู้ในสนามรบที่ยากลำบาก กองทัพรัสเซียกำลังใช้กลยุทธ์ที่ขลาดเขลาและไร้มนุษยธรรมในการลงโทษประชาชนชาวยูเครน.
ที่มา BBC