- โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศร่วมศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024 แล้ว ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ของเขา หลังจากพ่ายแพ้ต่อ โจ ไบเดน ในการเลือกตั้งปี 2020
- อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายที่จะทำให้การชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคราวนี้ ยากขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ รวมถึงเรื่องปัญหาทางกฎหมาย และความนิยมที่ตกต่ำ
- นอกจากนั้น คาดกันว่านายทรัมป์จะต้องเจอกับผู้ท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงนายรอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ที่ชนะเลือกตั้งกลางเทอมอย่างถล่มทลาย
ในที่สุด โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ตัวเขาจะเข้าร่วมศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งต่อไปที่จะจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2024 ด้วย ท่ามกลางปัญหาทางกฎหมายรายล้อม และถูกกล่าวโทษว่า เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้พรรครีพับลิกันทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อสัปดาห์ก่อน
การประกาศของทรัมป์เมื่อคืนวันอังคารที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา กำลังเป็นจุดเริ่มต้นของการหาเสียงครั้งใหญ่ที่อาจตัดสินอนาคตของสหรัฐฯ, รัฐบาล หรือแม้แต่ระบบเลือกตั้งของประเทศ เพราะทรัมป์ไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ต่อนายโจ ไบเดน ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 และพยายามใช้อำนาจเกินขอบเขตเพื่อเปลี่ยนแปลงผลคะแนน แม้จะไม่สำเร็จ
แต่ก่อนที่จะไปถึงการเลือกตั้งทั่วไป ทรัมป์จะต้องเผชิญอุปสรรคหลายอย่าง ที่จะทำให้การชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ของเขาครั้งนี้ ยากกว่าเมื่อครั้งที่ชนะในปี 2016 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางกฎหมาย กับบาดแผลทางการเมืองที่ทำให้ความนิยมในตัวเขาตกต่ำลง
นอกจากนั้น เขายังต้องผ่านการเลือกตั้งภายในพรรครีพับลิกันเพื่อเฟ้นหาตัวแทนไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับฝ่ายเดโมแครต ซึ่งคู่แข่งที่อาจรอเขาอยู่คือนายรอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ผู้ที่เพิ่งชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งกลางเทอม ในขณะที่ผู้สมัครที่นายทรัมป์สนับสนุนกลับพ่ายแพ้เกือบทั้งหมด
...
ทรัมป์มีบาดแผลทางการเมือง
หนึ่งในอุปสรรคที่อาจกระทบต่อการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของนายทรัมป์คือบาดแผลทางการเมืองของเขา โดยเมื่อ 8 ปีก่อน ทรัมป์ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในฐานะนักการเมืองหน้าใหม่ แต่ใช้วาทะที่แข็งกร้าวสร้างภาพลักษณ์ของผู้สมัครที่เข้มแข็งให้แก่ตัวเอง ต่างจากตัวแทนพรรคคนก่อนๆ ทำให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงคาดหวังในตัวเขา ในขณะที่ไม่มีความล้มเหลวทางการเมืองในอดีตให้บรรดานักวิจารณ์พูดถึง
ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว นายทรัมป์แม้จะมีนโยบายที่ประสบความสำเร็จหลายอย่างตลอดเวลา 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง เช่น มาตรการลดภาษี และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทว่าเขาก็ล้มเหลวหลายเรื่อง ทั้งไม่สามารถยกเลิกกฎหมายปฏิรูปประกันสุขภาพของเดโมแครตได้ และผิดคำสัญญาที่ว่าจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
เมื่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มขึ้น นายทรัมป์ถูกโจมตีในหลายด้าน รวมทั้งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าตอบสนองเชิงรุกไม่เพียงพอ จนทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิต เพราะไวรัสมรณะชนิดนี้มากที่สุดในโลก
แต่สิ่งที่ชาวอเมริกันจดจำไม่ลืมคือ การจลาจลซึ่งเกิดขึ้นที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อ 6 ม.ค. 2021 ไม่กี่เดือนหลังผลการเลือกตั้งใหญ่ 2563 ออกมาว่านายทรัมป์พ่ายแพ้ ภาพของผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีฝีปากกล้าผู้นี้ที่ออกมาชุมนุมตามเสียงเรียกร้องของเขา และเข้าไปทำลายข้าวของในอาคารซึ่งเป็นที่ประชุมของสภาคองเกรส จะติดตัวนายทรัมป์ไปอีกนาน
เผชิญปัญหาทางกฎหมายมากมาย
นายทรัมป์ประกาศเข้าร่วมชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รอบที่ 3 ของตัวเอง ในขณะที่กำลังเผชิญการสืบสวนคดีอาชญากรรมหลายคดี แม้ในตอนนี้จะยังไม่ถูกตั้งข้อหาใดๆ แต่เขากำลังถูกสืบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับเอกสารลับของรัฐบาล บ้านพักตากอากาศ มาร์-อา-ลาโก ของเขาถึงขั้นถูกเอฟบีไอบุกตรวจค้น ทรัมป์ยังถูกสอบสวนกรณีเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภา และความพยายามเปลี่ยนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่รัฐจอร์เจียด้วย
อดีตผู้นำฝีปากกล้าผู้นี้อ้างมาตลอดว่า ที่เขาถูกดำเนินคดีเพราะ โจ ไบเดน ไม่ต้องการให้เขาเป็นประธานาธิบดีอีก เขาตกเป็นเหยื่อของการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การถูกสอบสวนหรือแม้แต่การถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีใดคดีหนึ่ง ก็ไม่น่าถึงขั้นที่ทำให้เขาขาดคุณสมบัติที่จะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี “มันอาจเกิดกำแพงในทางปฏิบัติ, กำแพงด้านการระดมทุน แต่นั่นเป็นคำถามด้านการเมือง ไม่ใช่ด้านกฎหมาย” นายเดเรค มุลเลอร์ ศาสตราจารย์วิชากฎหมายเลือกตั้งจากวิทยาลัยกฎหมาย สังกัดมหาวิทยาลัยไอโอวากล่าว
ตัวอย่างในอดีตแสดงให้เห็นแล้วว่า การถูกตัดสินว่ามีความผิดไม่ส่งผลต่อการได้รับเลือกตั้ง ไม่เพียงเคยมีผู้กระทำผิดหลายคนที่ชนะเลือกตั้งเข้าทำงานในรัฐบาลกลาง แต่เคยมีอย่างน้อย 1 คนที่ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งที่ถูกจำคุกอยู่มาแล้วแม้ว่าจะพ่ายแพ้ นั่นคือ ยูจีน เดบส์ และได้คะแนนเสียงไปมากกว่า 900,000 คะแนนในการเลือกตั้งปี 2463
...
คู่แข่งที่แข็งแกร่งขึ้น
อุปสรรคอีกอย่างของนายทรัมป์ คือ การเลือกตั้งภายในพรรครีพับลิกันเพื่อเฟ้นหาหาตัวแทนไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับฝ่ายเดโมแครต โดยในการเลือกตั้งปี 2016 นายทรัมป์เผชิญหน้ากับ เจบ บุช ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาในสมัยนั้น อดีตตัวเก็งที่สุดท้ายกลายเป็นเพียงเสือกระดาษ ขณะที่การเลือกตั้งครั้งก่อน เขาลงสมัครในฐานะประธานาธิบดี
หากนายทรัมป์ต้องการเป็นตัวแทนพรรคเพื่อลงเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี 2024 เขาอาจต้องเผชิญหน้ากับผู้ว่าการรัฐฟลอริดาอีกครั้ง แต่คราวนี้คือนาย รอน เดซานติส ผู้ยึดมั่นในแนวคิด อเมริกันต้องมาก่อน แบบเดียวกับนายทรัมป์ แต่มีความชัดเจนในด้านนโยบายต่างจาก เจบ บุช และเพิ่งชนะการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้เป็นผู้ว่าฯ อีกสมัยด้วยการสนับสนุนถล่มทลาย แม้เขาจะไม่เคยมีประสบการณ์ในเวทีระดับชาติ แต่ตอนนี้ เดอซานติสถือเป็นดาวรุ่งที่สุดของรีพับลิกันแล้ว
จนถึงตอนนี้ นายเดอซานติสยังไม่ออกมาเปิดเผยว่า เขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่ แต่ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนนายทรัมป์มีประกาศ ชี้ว่าหากประชันกันตัวต่อตัว อดีตประธานาธิบดีผู้นี้จะมีคะแนนตามหลังนายเดอซานติสด้วยตัวเลขถึง 2 หลัก ในการเลือกตั้งภายในที่รัฐไอโอวา และนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งมักจัดการลงคะแนนเสียงก่อนรัฐอื่นๆ
นายเดอซานติสยังนำนายทรัมป์ถึง 26 คะแนนในรัฐฟลอริดา และ 20 คะแนนในรัฐจอร์เจีย โดยคะแนนของนายทรัมป์ลดลงมากจากการสำรวจความคิดเห็นครั้งก่อน ขณะที่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพียง 30% ในนิวแฮมป์เชียร์ ที่ต้องการให้นายทรัมป์ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง ขณะที่ในรัฐฟลอริดาอยู่ที่ 33%
...
ทรัมป์จะชนะได้หรือไม่?
สมมติว่า นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งภายในและได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ก็ยังมีคำถามสำคัญตามมาว่า เขาจะสามารถชนะศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้หรือไม่ ในเมื่อผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า นายทรัมป์ไม่เป็นที่นิยมมากนัก ผู้สมัครที่เขาสนับสนุนมากมายพ่ายแพ้ในรัฐสวิง ซึ่งสำคัญต่อการชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ
นอกจากนั้น รีพับลิกันยังชิงวุฒิสภากลับคืนมาไม่สำเร็จ จนมี ส.ว.รีพับลิกันหลายคนออกมากล่าวโทษนายทรัมป์อย่างเปิดเผย ขณะที่นายทรัมป์ก็โทษกลับไปที่พรรครีพับลิกันว่าควรจะทำให้ดีกว่านี้ และโทษประชาชนที่ยังไม่ตระหนักรู้ถึงขอบเขตความเจ็บปวดที่แท้จริงที่ประเทศนี้กำลังเผชิญ
อย่างไรก็ดี ยังเหลือเวลาอีก 2 ปีกว่าการเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐฯ จะมาถึง อะไรหลายๆ อย่างอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลานั้น และนายทรัมป์ยังมีเวลามากพอที่จะสร้างคะแนนนิยม และชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกลับคืนมา
ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี
ที่มา : VOX , BBC , CNN
...