ศาลเนเธอร์แลนด์พิพากษาลับหลังจำเลย ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตผู้ต้องหา 3 คนในข้อหาฆาตกรรม เกี่ยวข้องกับการยิงเครื่องบินโดยสาร MH-17 ตกในยูเครนเมื่อ 8 ปีก่อนจนมีผู้เสียชีวิตถึง 298 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้พิพากษาของศาลในประเทศเนเธอร์แลนด์มีคำพิพากษาลับหลังจำเลย ตัดสินให้ชาย 3 คน ประกอบด้วยชาวรัสเซีย 2 คน และยูเครนอีก 1 คน มีความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรม จากบทบาทของพวกเขาในเหตุการณ์ยิงเครื่องบินโดยสารของสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH-17 ตกในประเทศยูเครน เมื่อ 8 ปีก่อน และให้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต

MH-17 ถูกยิงตกในภาคตะวันออกของยูเครน เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2557 ขณะกำลังเดินทางจากกรุงอัมสเตอร์ดัมไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 298 คน ซึ่งรวมถึงเด็กกว่า 80 คน เสียชีวิตทั้งหมด ผู้เคราะห์ร้ายมาจาก 17 ประเทศ เป็นชาวเนเธอร์แลนด์มากที่สุดที่ 196 ราย, ชาวมาเลเซีย 43 ราย, ชาวออสเตรเลีย 38 ราย และชาวสหราชอาณาจักรอีก 10 ราย

ศาลเนเธอร์แลนด์ พบว่า อาวุธที่ใช้ก่อเหตุคือมิสไซล์ที่รัสเซียเป็นผู้ผลิตและนำมาจากรัสเซีย และยิงโดยกลุ่มติดอาวุธฝักฝ่ายรัสเซียจากพื้นที่ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนกลุ่มนี้ควบคุม คณะผู้พิพากษาพบด้วยว่า นี่เป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่จำเลยทั้ง 3 คนที่ถูกตัดสินความผิดตั้งใจยิงเครื่องบินรบ ไม่ใช่เครื่องบินพลเรือน

จำเลยรายที่ 1 คือ นายไอกอร์ เกียร์คิน ผู้นำกองทัพของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ ดินแดนที่กลุ่มกบฏประกาศแยกตัวเป็นอิสระแต่เพียงฝ่ายเดียวจากแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานนำมิสไซล์ที่ใช้ก่อเหตุมาประจำการ และขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย

ส่วนจำเลยรายที่ 2 คือ นายเซอร์เก ดูบินสกี เป็นผู้ออกคำสั่งและกำกับดูแลการขนส่งเครื่องบินมิสไซล์ บุ๊ค (Buk) และจำเลยคนรายที่ 3 คือ นายเลโอนิด คาร์เชนโก เป็นผู้ดูแลการใช้งานเครื่องยิงมิสไซล์ บุ๊ค ตามคำสั่งของนายดูบินสกี ขณะที่ นายโอเลก ปูลาตอฟ จำเลยรายที่ 4 ถูกตัดสินว่าไม่มีความผิดในคดีนี้ แม้จะรู้เห็นเกี่ยวกับมิสไซล์ดังกล่าวก็ตาม

...

ทั้งนี้ ในปี 2557 ภาคตะวันออกของยูเครนที่มีการปะทะกันระหว่างกองทัพฝ่ายรัฐบาลยูเครนกับกองกำลังของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฝักฝ่ายรัสเซีย ยังถือเป็นเขตความขัดแย้งระดับต่ำ แต่การต่อสู้เริ่มขยายวงกว้างไปยังน่านฟ้า มีเครื่องบินรบถูกยิงตกหลายลำ ทำให้ยูเครนต้องประกาศปิดน่านฟ้าที่ระดับต่ำกว่า 32,000 ฟุต โดยเครื่องบินยังสามารถบินข้ามประเทศได้ในระดับที่สูงกว่านั้น ซึ่งในวันเกิดเหตุ MH-17 บินในระดับ 33,000 ฟุต ก่อนจะถูกยิงตก

ด้านรัสเซียปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับใดๆ กับเหตุการณ์นี้มาตลอด และพยายามตั้งทฤษฎีอื่นๆ ขึ้นมาเพื่ออธิบายเรื่องนี้ เช่น กล่าวหาเครื่องบินรบยูเครนว่ายิงมิสไซล์ไปโดย MH-17 หรืออ้างว่ารัฐบาลยูเครนต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีของรัสเซียถูกหลักฐานที่ทีมสืบสวนนานาชาติเก็บรวบรวมมาได้หักล้างไป และถูกปฏิเสธโดยศาลเนเธอร์แลนด์

ที่มา : BBC