แจ็ก ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ Twitter ออกมาขอโทษพนักงานที่ถูกเลย์ออฟหลัง Elon Musk เทกโอเวอร์บริษัท แต่ยอมรับว่าการปลดเป็นสิ่งจำเป็น
สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายแจ็ก ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของบริษัท ทวิตเตอร์ ออกมาพูดถึงการปลดพนักงานกว่า 50% ของนายอีลอน มัสก์ เป็นครั้งแรก โดยดูเหมือนว่าเขาจะยอมรับความจำเป็นที่ต้องมีการเลย์ออฟพนักงาน และกล่าวขอโทษที่เขาทำให้บริษัทเติบโตเร็วเกินไป
นายดอร์ซีย์ผู้ลาออกจากตำแหน่ง ซีอีโอเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน และออกจากบอร์ดบริหารในเดือนพฤษภาคม ทวีตแถลงการณ์บนทวิตเตอร์ว่า “พนักงานของทวิตเตอร์นั้นเข้มแข็งและฟื้นตัวได้เร็ว พวกเขาจะหาทางได้เสมอไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลายากลำบากเพียงใด ผมตระหนักว่าหลายคนโกรธผม ผมติดค้างความรับผิดชอบที่ทุกคนต้องตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ผมทำให้บริษัทเติบโตเร็วเกินไป ผมขอโทษสำหรับเรื่องนั้น”
“ผมขอบคุณและรักพวกคุณทุกคนที่ทำงานเพื่อทวิตเตอร์มาตลอด ผมไม่คาดหวังว่าพวกคุณจะมีความรู้สึกแบบเดียวกันนั้นในตอนนี้ หรือตลอดไป และผมเข้าใจ” นายดอร์ซีย์กล่าว
อนึ่ง นายดอร์ซีย์วัย 45 ปี เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการเทกโอเวอร์บริษัทของนายอีลอน มัสก์ โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน ที่นายมัสก์เริ่มยื่นข้อเสนอซื้อทวิตเตอร์ นายดอร์ซีย์กล่าวว่า นายมัสก์คือทางออกหนึ่งเดียวที่เขาเชื่อมั่น และเป็นเส้นทางที่ถูกต้องที่เขาเชื่อหมดหัวใจ
อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์เดียวหลังจากนายมัสก์เทกโอเวอร์บริษัทเสร็จสมบูรณ์เมื่อ 27 ต.ค. เขาดำเนินการปลดผู้บริหารชุดปัจจุบันออกจนหมด และเดินหน้าแผนปลดพนักงานราว 50% จากทั้งหมดกว่า 7,500 คน โดยอ้างเหตุผลว่า เขาไม่มีทางเลือก เพราะบริษัทกำลังเสียเงินมากกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อวัน
ขณะเดียวกัน มีความกังวลว่า การปลดพนักงานจะส่งผลกระทบต่อการคัดกรองเนื้อหาของทวิตเตอร์ แต่นายมัสก์ปฏิเสธ พร้อมย้ำว่า นโยบายของบริษัทจะไม่เปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ นายมัสก์กำลังหาทางลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ของทวิตเตอร์ หลังจากแบรนด์ใหญ่พากันถอนโฆษณาซึ่งเป็นรายได้หลักของทวิตเตอร์ โดยหนึ่งในมาตรการหาเงินเพิ่มที่นายมัสก์เตรียมจะทำคือ เก็บค่าบริการรายเดือนสำหรับ เพื่อการ ยืนยันตัวตน หรือการที่บัญชี ทวิตเตอร์ ได้รับเครื่องหมายถูกสีฟ้า ในราคาเดือนละ 8 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 300 บาท.