"อีลอน มัสก์" มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ปิดดีลซื้อกิจการทวิตเตอร์ มูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า มัสก์ได้ประกาศปลดผู้บริหารระดับสูง 4 คนทันที ประกอบด้วยนายปารัก อักราวัล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของทวิตเตอร์, เน็ด เซกัล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน, วิจายา แกดด์ ผู้บริหารด้านกฎหมายและนโยบาย และ ชอน เอ็ดเจ็ตต์ ที่ปรึกษาทั่วไป
รายงานข่าวระบุว่า นายอักราวัลและเซกัลอยู่ในสำนักงานใหญ่ของทวิตเตอร์ที่นครซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ในขณะที่มีการปิดดีลซื้อกิจการทวิตเตอร์ โดยทั้งสองคนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำตัวออกจากบริษัทในเวลาต่อมา
การปลดผู้บริหารระดับสูงของทวิตเตอร์มีขึ้นในขณะที่มีรายงานว่า มัสก์ได้วางแผนปลดพนักงานทวิตเตอร์เกือบร้อยละ 75 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงซื้อกิจการทวิตเตอร์ แต่มัสก์ได้ออกมาปฏิเสธว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยระบุว่า เขาจะไม่ปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมากเช่นนั้น
นอกจากนี้ ข่าวปลดผู้บริหารระดับสูงยังมีขึ้นเพียง 1 วันก่อนกำหนดเส้นตายที่ศาลสหรัฐฯ สั่งให้มัสก์เสร็จสิ้นกระบวนการซื้อกิจการทวิตเตอร์ในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้มัสก์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เข้าไปมีอำนาจควบคุมทวิตเตอร์ที่มีบัญชีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 230 ล้านคน
เมื่อวานนี้ มัสก์โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ในคลิปวิดีโอที่เขากำลังเดินอยู่ที่ล็อบบี้ของทวิตเตอร์ พร้อมอุ้มอ่างล้างหน้าขนาดใหญ่ว่า เขากำลังเข้าไปที่สำนักงานใหญ่ของทวิตเตอร์ในเมืองซานฟรานซิสโก และเอาอ่างล้างหน้าเข้าไปด้วย นอกจากนี้ มัสก์ยังเปลี่ยนข้อความหน้าบัญชีผู้ใช้งานทวิตเตอร์ของเขาเป็น "หัวหน้าของทวิตเตอร์" (Chief Twit) และเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งเป็น "สำนักงานใหญ่ของทวิตเตอร์" (Twitter headquarters)
...
ต่อมา เมื่อวานนี้ มัสก์ได้เผยแพร่แถลงการณ์ในทวิตเตอร์ โดยระบุถึง "ผู้โฆษณาของทวิตเตอร์" ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า "เหตุผลที่ผมซื้อทวิตเตอร์ก็เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญที่มนุษยชาติในอนาคตจะต้องมีพื้นที่สาธารณะให้ผู้คนยุคดิจิทัลได้มาถกหารือความเห็นที่แตกต่างได้อย่างปลอดภัย โดยปราศจากการใช้ความรุนแรง"
มัสก์บอกอีกว่า ทุกวันนี้ สื่อสังคมออนไลน์เสี่ยงที่จะถูกแบ่งออกเป็น "เอคโคแชมเบอร์" (echo chamber) ระหว่างฝ่ายซ้ายจัดกับขวาจัดมากเกินไป ขณะที่สื่อดั้งเดิมก็เติมเชื้อไฟความขัดแย้งเหล่านี้เพราะทำเงินได้ จึงเป็นเหตุผลที่ต้องซื้อทวิตเตอร์ พร้อมกล่าวว่า "ผมทำมันเพื่อพยายามกอบกู้มนุษยชาติที่ผมรัก"
ส่วนการซื้อขายหุ้นของทวิตเตอร์ เมื่อวานนี้ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ราคาหุ้นของทวิตเตอร์ปิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 ที่ 53.86 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือต่ำกว่าราคาตามข้อตกลงที่ 54.20 ดอลลาร์เพียงเล็กน้อย ขณะที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ระบุว่าหุ้นของทวิตเตอร์จะถูกสั่งพักการซื้อขายชั่วคราวในวันนี้.
ที่มา รอยเตอร์