ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 และความคาดหมายว่านายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะดำรงตำแหน่งผู้นำอีก 5 ปีเป็นสมัยที่ 3 พร้อมได้รับการยกระดับเป็น “ผู้นำของมวลมหาประชาชน” เทียบเท่าประธานเหมา เจ๋อ ตุง ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐ ประชาชนจีนนั้น ทางการสหรัฐฯยังคงแสดงจุดยืนคานอำนาจรัฐบาลจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 20 ต.ค. พล.ร.อ.ไมเคิล กิลเดย์ ผู้บัญชาการฝ่ายปฏิบัติการกองทัพเรือสหรัฐฯ ประกาศเตือนว่า สหรัฐฯจำเป็นต้องมีความพร้อมที่จะตอบสนองต่อความเป็นไปได้ว่ากองทัพจีนจะรุกรานไต้หวัน
ทั้งนี้ พล.ร.อ.กิลเดย์ยังกล่าวว่า ถึงจะมีนักวิเคราะห์ประเมินไว้ว่า ความเป็นไปได้ที่ไต้หวันจะถูกรุกราน อาจเกิดขึ้นในช่วงปี 2570 แต่ส่วนตัวเชื่อว่าปีหน้าก็เป็นไปได้ ขอเป็นกระต่ายตื่นตูมไว้ก่อน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่านายสี จิ้นผิงแถลงการณ์เช่นไร แต่เราควรมองพฤติกรรมของจีนโดยรวม เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา อะไรที่จีนสัญญาไว้เกิดขึ้นจริงทุกประการ ก่อนหน้านี้ นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ก็แสดงความกังวลว่าจีนอาจเดินแผนไต้หวันเร็วกว่าเดิม ขณะที่นายเฉิน หมิง ตง ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงไต้หวัน เตือนว่า ความพยายามรุกรานไต้หวันจะต้องล้มเหลวและจีนจะถูกประชาคมโลกโดดเดี่ยว.