คณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ ว่ากองทัพเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ออกจากฐานยิงในเขตซูนันของกรุงเปียงยาง เมื่อเวลา 01.49 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันศุกร์ ขีปนาวุธลูกดังกล่าวลอยอยู่ในอากาศเป็นระยะทางไกลประมาณ 700 กิโลเมตร และมีความเร็วสูงสุดระดับมัค 6 ก่อนตกลงในทะเลตะวันออก ซึ่งนับเป็นการยิงขีปนาวุธลูกที่ 41 ของเกาหลีเหนือในปีนี้
กองทัพเกาหลีใต้กล่าวว่า ตรวจพบการยิงปืนใหญ่ประมาณ 130 ลูกโดยกองทัพเกาหลีเหนือ จากเขตมาจังดง ในจังหวัดฮวังแฮที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ และกระสุนทั้งหมดตกลงในทะเลเหลือง และการยิงปืนใหญ่อีกประมาณ 40 ลูก จากฐานยิงในจังหวัดคังวอนที่อยู่ทางใต้ ซึ่งกระสุนทั้งหมดตกลงในทะเลตะวันออก
คณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ยังระบุว่า ตรวจพบเครื่องบินรบของเกาหลีเหนือห่างจากเส้นแบ่งเขตทางทหารไปทางเหนือราว 25 กิโลเมตร และห่างจากเส้นจำกัดเขตแดนตอนเหนือ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองเกาหลีในทางพฤตินัยในทะเลเหลือง ราว 12 กิโลเมตร ในระหว่างเวลา 10.30 น. ถึง 12.20 น. วานนี้
ก่อนหน้านี้ กองทัพเกาหลีใต้เผยว่าได้ทำการสกัดเครื่องบินรบ หลังพบเครื่องบินรบของเกาหลีเหนือราว 10 ลำ บินเข้าใกล้พรมแดนระหว่างสองเกาหลี ด้านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือ รายงานอ้างคำกล่าวของกองทัพที่ระบุว่า ได้ดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างแข็งกร้าว หลังเกาหลีใต้ซ้อมยิงปืนใหญ่เมื่อวันพฤหัสบดี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสื่อของทางการเกาหลีเหนือรายงานวานนี้ว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เดินทางมาควบคุมดูแลการฝึกปล่อยขีปนาวุธร่อนทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล 2 ลูก โดยระบุว่า เป็นการทดสอบเพื่อยืนยันความสามารถและปฏิบัติการของอาวุธที่มีประสิทธิภาพในด้านนิวเคลียร์ที่จะส่งไปประจำการตามหน่วยทหารต่างๆ
...
ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ ประณามความเคลื่อนไหวทางทหารดังกล่าวของเกาหลีเหนือ เป็นการละเมิดหนึ่งในข้อตกลงระดับทวิภาคี เมื่อปี 2561 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ทั้งสองประเทศเคลื่อนไหวทางทหารที่คุกคามและยั่วยุ
ความถี่ในการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เกิดความกังวลว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังเตรียมที่จะดำเนินการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์อีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 แม้ว่านักวิเคราะห์บางคนไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น ก่อนที่จีนจะจัดการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ในวันที่ 16 ต.ค. นี้
ที่มา CNA