เมื่อวันที่ 6 ต.ค. สหภาพยุโรปลงมติคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรัสเซียระลอกใหม่ ด้วยการจำกัดการขนส่งทางเรือสินค้าประเภทน้ำมันดิบและปิโตรเลียมจากรัสเซียเพิ่มเติม ระงับการนำเข้าเหล็กที่ผลิตหรือส่งออกจากรัสเซีย ไปจนถึงบุหรี่ พลาสติก กระดาษ เครื่องสำอาง หรืออัญมณี พร้อมคว่ำบาตรเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกลาโหมรัสเซีย และห้ามชาวยุโรปรับตำแหน่งใดๆในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจของรัสเซียขณะที่นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวเรียกร้องให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) แสดงบทบาทว่า นาโตไม่ได้กลัวรัสเซีย เป็นเรื่องสำคัญที่นาโตต้องมอบหลักประกันความมั่นคงให้ทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครกล้าคิดที่จะเป็นเผด็จการและถึงเป็นเผด็จการก็จะไม่มีความคิดที่จะรุกรานดินแดนหรือประเทศอื่น ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าไม่มียูเครน นาโตก็จะไม่ใช่กลุ่มพันธมิตรที่มีความเข้มแข็ง ไม่จำเป็นที่ยูเครนจะต้องแสดงความเข้มแข็งอยู่คนเดียวในการเผชิญหน้ากับรัสเซียนายเซเลนสกียังกล่าวถึงการลงมติในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในสัปดาห์หน้า โดยหวังว่าที่ประชุมจะแสดงพลังฉันทามติหรือลงมติสนับสนุนให้มากที่สุด ในเรื่องการประณามรัสเซียผนวกดินแดนยูเครน อันประกอบด้วยจังหวัดโดเนตสก์ ลูฮานสก์ ซาโปริชเชีย และเคียร์ซอน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า มีเพียงรัฐบาลเกาหลีเหนือ ที่แสดงจุดยืนสนับสนุนรัสเซียเรื่องการผนวกดินแดนสำหรับสถานการณ์ในยูเครน นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ส่งสัญญาณต่อกรณีข่าวกองทัพยูเครนปฏิบัติการรุกคืบอย่างต่อเนื่องในจังหวัดเคียร์ซอนและโดเนตสก์ อันส่งผลให้หน่วยรบรัสเซียต้องทำการถอยร่นเพื่อปรับแนวรบใหม่ โดยกล่าวว่า รัฐบาลอนุมานว่าสถานการณ์ในดินแดนใหม่ของรัสเซียจะกลับสู่ความเสถียร ซึ่งสื่อตะวันตกระบุว่า ถือเป็นการยอมรับถึงสภาพการรบที่รัสเซียกำลังเสียเปรียบนอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานเหตุการณ์ที่เมืองซาโปริชเชีย เมืองเอกในจังหวัดซาโปริชเชีย ฝั่งที่อยู่ในความดูแลของรัฐบาลยูเครน ระบุว่า กองทัพรัสเซียทำการโจมตีเมืองด้วยจรวดอย่างน้อย 7 ลูก ส่งผลให้จรวดยิงถูกอพาร์ตเมนต์จนพังถล่ม เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 คน มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง 5 คน ได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ.