"อีลอน มัสก์" ตัดสินใจเดินหน้าซื้อ "ทวิตเตอร์" อีกครั้ง หลังเคยประกาศยกเลิกแผนการซื้อกิจการก่อนหน้านี้ โดยอ้างว่าบริษัทไม่เปิดเผยจำนวนที่แท้จริงของผู้ใช้งานปลอมและสแปม จนเกิดการฟ้องร้อง

ทวิตเตอร์ได้ยื่นรายงานต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ในวันอังคาร ระบุว่า นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทสลา ได้ตัดสินใจยื่นข้อเสนอซื้อกิจการของทวิตเตอร์อีกครั้งในราคาหุ้นละ 54.20 ดอลลาร์ 

เอกสารที่ยื่นต่อ SEC ระบุว่า มัสก์ได้ส่งจดหมายถึงบริษัททวิตเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยแจ้งว่า บริษัทเทสลามีความประสงค์ที่จะดำเนินการซื้อกิจการทวิตเตอร์ตามที่เคยตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 25 เม.ย. และได้มีการเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของมัสก์ เกิดขึ้นก่อนกำหนดการที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องไปเจรจากันในชั้นศาล ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ เนื่องจากความพยายามในการยกเลิกข้อตกลงซื้อกิจการของมัสก์ในครั้งแรก ทำให้บริษัททวิตเตอร์ดำเนินการฟ้องร้องมัสก์ ฐานละเมิดข้อตกลงเข้าซื้อกิจการมูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท และขอให้ศาลสั่งให้มัสก์ควบรวมกิจการตามที่ตกลงไว้ เนื่องจากการกลับคำไปมาขอมัสก์ส่งผลให้ราคาหุ้นของทวิตเตอร์ปรับตัวลดลงอย่างหนัก

ส่วนสาเหตุการยกเลิกข้อตกลงครั้งแรก มัสก์เคยเปิดเผยว่า เนื่องจากทวิตเตอร์ไม่เปิดเผยจำนวนที่แท้จริงของบัญชีผู้ใช้งานปลอมและสแปม ขณะที่ฝ่ายทวิตเตอร์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และกล่าวหาว่ามัสก์ต้องการยกเลิก เพราะราคาตกลงในการซื้อขายสูงเกินไป

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า การทำข้อตกลงซื้อกิจการทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการอาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ต.ค. นี้

...

ในช่วงแรกนั้น ตลาดหุ้นนิวยอร์กสั่งพักการซื้อขายหุ้นทวิตเตอร์ หลังจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มัสก์มีแผนที่จะเดินหน้าทำข้อตกลงซื้อกิจการทวิตเตอร์ในราคาหุ้นละ 54.20 ดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้อนุมัติการซื้อขายหุ้นทวิตเตอร์อีกครั้ง โดยราคาหุ้นทวิตเตอร์ปิดตลาดพุ่งขึ้น 22.24%

ที่มา บลูมเบิร์ก