รัสเซียเตรียมตัวผนวก 4 แคว้นของยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียภายในอีกไม่กี่วันนี้ หลังจากเผยแพร่ผลการลงประชามติที่อ้างว่าประชาชนสนับสนุนอย่างล้นหลามให้รวมกับรัสเซีย แม้ชาติตะวันตกจะประณามว่าเป็นการลงประชามติที่ไม่ได้รับการรับรองจากนานาประเทศ

บริเวณจัตุรัสแดงใจกลางกรุงมอสโกของรัสเซีย มีการติดตั้งจอขนาดใหญ่และมีถ้อยคำประกาศว่า โดเนตสก์ ลูฮันสก์ ซาปอริชเชีย และเคอร์ซอน คือรัสเซีย

ประธานวุฒิสภารัสเซียเผยว่า อาจจะพิจารณาเรื่องผนวกแคว้นทั้ง 4 แห่งในยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครองบางส่วนในวันที่ 4 ตุลาคม หรือ 3 วันก่อนที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินจะมีอายุครบ 70 ปี

ด้านฝ่ายบริหารที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัสเซียใน 4 แคว้นได้ยื่นคำขออย่างเป็นทางการให้ปูตินผนวกรวมกับรัสเซีย ตามที่เจ้าหน้าที่รัสเซียแนะนำว่าเป็นขั้นตอนที่ควรทำ

นายโรดิออน มิรอชนิก ทูตสาธารณรัฐลูฮันสก์ประจำกรุงมอสโก ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัสเซีย กล่าวว่า การผนวกรวมจะเกิดขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ “สิ่งสำคัญซึ่งก็คือการลงประชามติได้เสร็จสิ้นแล้ว ขบวนรถไฟแห่งความหวังได้เริ่มออกเดินทาง และคงหยุดไม่ได้แล้ว”

การผนวก 4 แคว้นที่มีดินแดนคิดเป็นร้อยละ 15 ของยูเครน จะต้องมีการทำสนธิสัญญาและต้องได้รับสัตยาบันจากรัฐสภารัสเซียที่ควบคุมโดยพันธมิตรของปูติน จากนั้นทั้ง 4 แคว้นจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และอยู่ภายใต้อำนาจการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียตามที่ปูตินเคยประกาศว่า จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ปกป้องดินแดนรัสเซียจากการถูกโจมตี

ด้านชาวยูเครนที่หลบหนีออกจากพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียไปยังพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของยูเครนเล่าว่า เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัสเซียใช้ปืนจี้บังคับให้คนออกไปลงประชามติ

...

คลิปที่มีผู้บันทึกไว้เห็นเจ้าหน้าที่ถือกล่องลงคะแนนตระเวนไปทีละบ้านโดยมีคนถืออาวุธเดินตาม ชายคนหนึ่งในแคว้นเคอร์ซอนส่วนที่รัสเซียยึดครองเล่าว่า เจ้าหน้าที่ตระเวนไปตามบ้านแต่ไม่มีใครลงคะแนน ยกเว้นคนไม่กี่คนที่เปลี่ยนไปเลือกข้างรัสเซีย

รัสเซียอ้างว่าเป็นการลงประชามติด้วยความสมัครใจ สอดคล้องกับกฎหมายสากล และมีคนลงคะแนนจำนวนมาก ด้านสหรัฐฯ ประกาศว่า จะใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่เพื่อลงโทษที่จัดการลงประชามติในยูเครน ขณะที่สหภาพยุโรปหรืออียู เสนอลงโทษรัสเซียเพิ่มเติม แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกทั้ง 27 ชาติ

ด้านสหรัฐฯ ได้เสนอแผนความช่วยเหลือด้านอาวุธ มูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รวมถึงระบบยิงจรวดหลายลำกล้องแบบ HIMARS เครื่องกระสุน ระบบต่อต้านโดรนและระบบเรดาร์หลายชนิด รวมแล้วสหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการสู้รบแก่ยูเครน เป็นเงินรวม 16,200 ล้านดอลลาร์.

ที่มา รอยเตอร์