เผยเครื่องบินเจ็ตของกองทัพอากาศอังกฤษ ที่จะนำเจ้าชายวิลเลียม และสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์พระองค์อื่นๆ ออกช้ากว่ากำหนดอย่างปริศนานับชั่วโมง ทำให้ไปเข้าเฝ้าฯควีนเอลิซาเบธที่ 2 ไม่ทัน เสด็จสวรรคตก่อน

เมื่อ 11 ก.ย. 2565 เดลี่เมล เผยเหตุคาดไม่ถึงที่เกิดขึ้นกับเจ้าชายวิลเลียม และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงพระองค์อื่นๆ อีก 3 พระองค์ ได้แก่ เจ้าชายแอนดรูว์ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด และโซฟี เคาน์เตสแห่งเวสต์เซกซ์ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เครื่องบินพระที่นั่งล่าช้าอย่างปริศนา นาน 69 นาที หรือกว่าชั่วโมง ขณะทั้ง 4 พระองค์กำลังรีบจะเสด็จฯ ไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งต้องทรงอยู่ภายใต้การดูแลเป็นพิเศษทางการแพทย์ ที่พระตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์

โดยในที่สุด เจ้าชายวิลเลียม และพระบรมวงศานุวงศ์อีก 3 พระองค์ ไม่สามารถเสด็จฯ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้ทันเวลา เนื่องจากพระองค์ได้สวรรคตแล้ว เมื่อทั้ง 4 พระองค์จะเสด็จฯ มาถึง จึงมีเพียง เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ (ยศในขณะนั้น) และเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี ที่ได้เข้าเฝ้าฯ ประทับเคียงข้างสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กระทั่งสวรรคตอย่างสงบเมื่อบ่ายวันที่ 8 ก.ย. 2565 ตามเวลาท้องถิ่น

...

ตามรายงานของเดอะ ซัน ระบุว่า เครื่องบินเจ็ตของกองทัพอากาศอังกฤษได้ทะยานออกจากสนามบินของกองทัพอากาศ RAF northolt เพื่อเดินทางไปยังพระตำหนักบัลมอรัลในเวลา 14.39 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งที่ตามกำหนดการเที่ยวบินจะต้องออกเดินทางในเวลา 13.30 น. จึงทำให้เครื่องบินไปถึงสนามบินเมืองแอเบอร์ดีนในเวลา 15.50 น. และขณะนี้ยังไม่ทราบเหตุผลที่ทำให้เครื่องบินต้องล่าช้ากว่ากำหนด

นอกจากนั้น เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ก็ไม่สามารถเสด็จพระดำเนินมาพร้อมกันได้ โดยต้องมายังพระตำหนักบัลมอรัลเพียงลำพังพระองค์เดียว ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยชาญด้านราชวงศ์มีความเห็นว่า นี่เป็นเหตุผลตามรัฐธรรมนูญอังกฤษ ที่เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่ไม่สามารถเสด็จพระดำเนินโดยเครื่องบินลำเดียวกันไปยังสกอตแลนด์ได้ เพราะหากเกิดเหตุเครื่องบินตก เนื่องจากเจ้าชายวิลเลียมทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 และเจ้าชายแฮร์รี่เป็นรัชทายาทลำดับที่ 5 ที่จะได้สืบราชบัลลังก์ราชวงศ์อังกฤษ.